งกุ้ยอวไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียวเพียงเอ่ยคําสวนไปด้วยน้ําเสียงเฉยเมย “หากข้าเอาชนะเจ้าไม่ได้ใน 3 กระบวนท่าข้าจะลงสังเวียนเอง”
ถึงแม้เสียงคุยกันของทั้งคู่จะไม่ได้ดังอะไรมากมาย แถมผู้ชมอีก 8 คนที่ประจัญหน้ากันก็มีกล่าวคําถากถาง แต่ผู้ชมกว่า 9 ส่วนล้วนได้ยินกันชัด เพราะความสนใจของพวกมันอยู่ที่ทั้งคู่
“3 กระบวนท่า?”
ต้วนหลิงเทียนเองก็จําต้องหันไปมองจงกุ้ยอรี่ใหม่อีกรอบ
จงกุ้ยอวี่ มาในชุดคลุมสีเทาเข้มแลดูเรียบง่าย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหากแต่ซีดขาว ทว่าสองตาทอประกายแหลมคม คิ้วเข้ม ให้ความรู้สึกถึงความหยิ่งยโสและมั่นใจในตัวเองไม่น้อย
“อัยยะ! ลองเจ้านั่นพูดมาแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะมั่นใจในตัวเองสูง ก็เป็นแค่ตัวหยิ่งผยอง”
ถังซานเปาที่อยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะตบเข่าดังฉาดพลางกล่าวด้วยความสนุกสนาน
และก็เป็นอย่างที่ถังซานเปาว่า ผู้คนส่วนใหญ่ก็คิดว่าจงกุ้ยอวี่แค่หยิ่งผยอง “เหอๆ จงกุ้ยอวี่ผู้นี้มันคงไม่รู้ถึงความน่ากลัวของเมิงกุ้ยผ่านกระมัง?”
“ยังไม่ชัดอีกหรือไร หากมันรู้แต่แรกว่าเพิ่งยฝานเป็นเทพสงคราม 4 ดารา มันจะกล้าพ่นคําลําพองเช่นนั้นรึ?”
“ไม่ใช่พวกเราคุยกันก็ชัดเจนแล้วรึไงมันหูตึงรึ?”
“หากมันหูตึงมันจะได้ยินคําพูดของเมิ่งฝานกุ้ยไหมละ?”
อัจฉริยะส่วนใหญ่พากันคิดว่า จงกุ้ยอวี่ ก็แค่คนจองหองคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามมีอัจฉริยะบางส่วนที่เริ่มมองสํารวจจงกุ้ยอวอย่างจริงจัง
อัจฉริยะที่เข้าร่วมศึก