“อย่างไรเสีย ข้าไม่คิดจะติดต่อญาติพี่น้องหรือสหายมัน”
“ถึงนี่อาจจะเป็นหนทางสานไมตรีกับตัวตนขอบเขตเทพได้ทางหนึ่ง และอาจสร้างผลประโยชน์ได้ใหญ่หลวง แต่มันก็อาจชักนําเภทภัยมาสู่ตัวได้เช่นกัน เพียงก้าวเดินไปที่ละก้าวอย่างมั่นคง ไม่ต้องคิดหวังเรื่องหนึ่งก้าวถึงฟ้าย่อมประเสริฐกว่า เพราะไม่แน่สุดท้ายอาจทําให้พบเจอหายนะได้”
ฟงชิงหยางกล่าว
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าเห็นชอบ เขาเองก็เข้าใจความจริงข้อนี้ดี
ที่ไฉนเขาถามไป ก็เพราะอยากรู้ล้วนๆ
ถึงแม้เขาจะบังเอิได้รับหินเทพสื่อสารแม่ลูกจากแหวนพื้นที่ยอดฝีมือขอบเขตเทพมา เขาก็ไม่คิดใช้หินเทพสื่อสารแม่ลูกติดต่อไปหาผู้ที่มีหินเทพสื่อสารแม่ลูกที่สอดคล้องกันเด็ดขาด เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครนิสใจคอเช่นไร หากคุยง่ายก็ดีไป แต่เกิดเป็นพวกหัวรุนแรงขึ้นมา ไม่แน่อาจมีโมโหที่สหายหรือญาติตายตก และมาระบายอารมณ์กับเขาก็เป็นได้
“ขอบคุณอาจารย์”
หลังได้ยินคําแนะนําเรื่องหินเทพสื่อสารแม่ลูกจากฟงชิงหยาง และพบว่าตอนนี้ฟงชิงหยางก็เหลือหินเทพแม่ลูกที่ยังไม่ใช้แค่ชุดเดียว และก็เป็นก้อนที่อยู่ในมือเขา ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งใจขึ้นมา
“เอาล่ะ เจ้าฝึกปรือและทําความเข้าใจมรรคากระบี่มิติเจ้าเถอะ… ศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้สมควรมีพยัคฆ์ซุ่มมังกรซ่อนไม่น้อย แต่ข้าก็หวังจะได้เห็นความก้าวหน้าและชัยชนะของเจ้า”
หลังฟงชิงหยางกล่าวจบคํา ก็เห็นร่างจากไปทันที