เล่น ๆ มากกว่า
แต่โหยวเชียนชิวก็ยังตอบอย่างสุภาพ “มากสุดสามเส้น”
“ถุ้ย! ทายาทเซียน น่าแค้นใจนัก!”
ข้างกันนั้น เถ้าแก่ก่นด่าอยู่ในใจ
จริงสิ ร้านของเขาในขณะนี้ก็เหมือนจะเป็นธุรกิจสาขาของตระกูลโหยว…
เจียงผิงอันนำด้ายไหมวิญญาณสีขาวออกมาสามเส้น
เห็นเช่นนี้ ทั้งโหยวเชียนชิวและเถ้าแก่ล้วนเบิกตากว้าง
ด้ายไหมวิญญาณสามเส้น!
เจ้านี่ไปได้มาจากไหนเยอะแยะ?
หารังหนอนไหมเจอหรือไร?
เจียงผิงอันเห็นท่าทีตกใจของทั้งสอง ก็ถอนใจอยู่ในอก
เขาไม่อยากทำตัวเด่นนัก แต่นี่ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เขาต้องรีบไปซื้อโอสถเก้าวงจรจักรวาลนี่นา
เขานำออกมาสามเส้นนับว่าทำตัวเงียบเชียบแล้ว แท้จริงเขาจะคัดลอกออกมามากกว่านี้ก็ได้
“แลกแต้มผลงานกันเถอะ”
เจียงผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนแรง
โหยวเชียนชิวฟื้นจากความตกใจ ไร้การโอ้เอ้ เขานำป้ายแสดงตนออกมาเชื่อมต่อกับป้ายของเจียงผิงอัน โอนแต้มผลงานมาหนึ่งหมื่นแปดพันแต้ม
ทรัพย์สินมหาศาลถูกโอนเข้ามาในชื่อเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมิได้ยินดีมากนัก ยังห่างไกลกับห้าแสนแต้มผลงานมากเหลือเกิน
โหยวเชียนชิวรับด้ายไหมวิญญาณทั้งสามเส้นมาอย่างสุดปรีดา
ด้วยด้ายไหมวิญญาณสามเส้นนี้ ในศึกศาลาเซียน เขาจะได้เงินที่เสียไปคืนมาแน่นอน!
โหยวเชียนชิวจรจากอย่างยินดี อยากรีบไปเลี้ยงด้ายไหมวิญญาณใจแทบขาด
เถ้าแก่มองเจียงผิงอันอย่างขุ่นเคือง “เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่เล่นไม่ซื่อจริงแท้ รู้ ๆ อยู่ว่ามันคือด้ายไหมวิญญาณแต่ทำไขสือ