“จักรพรรดิสวรรค์ชวนหยวนกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว ก็แค่การผสานรวมความลึกซึ้งของกฏกับวิถีกระบี่เท่านั้น”
ฟงชิงหยางส่ายหัวไปมา พลางกล่าวเชิญกงซุนซวนหยวนให้นั่งลงด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เอง 2 คนที่ติดตามอยู่ด้านหลังกงซุนซวนหยวน อวี๋ตงฟาง กับถงถู ก็โค้งคารวะฟงชิงหยางอย่างสุภาพ “คารวะจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยาง”
ต้วนหลิงเทียนก็ประสานมือคารวะกงซุนซวนหยวนเช่นกัน “ต้วนหลิงเทียนขอคารวะจักรพรรสวรรค์ชวนหยวน”
ถึงแม้แซ่ของกงซุนซวนหยวนจะเป็นกงซุน แต่ก็มีไม่กี่คนที่เรียกหามันว่าจักรพรรดิสวรรค์กงซุน หลายคนนิยมเรียกว่าจักรพรรดิสวรรค์ชวนหยวนมากกว่า
แต่เป็นธรรมดาว่าต้วนหลิงเทียนเรียกหาอีกฝ่ายตามอาจารย์
“ศิษย์หลานต้วน เจ้าพึ่งมีอายุได้ 600 ปีเศษ แต่เจ้ากลับประสบความสําเร็จอย่างทุกวันนี้ได้ เรื่องนี้น่าฟังยิ่ง”
กงซุนซวนหยวนกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วท่าที่เป็นมิตรอย่างมาก “ความสําเร็จในภายภาคหน้าของเจ้า เกรงว่าจะเหนือกว่าจักรพรรดิสวรรค์ฟงอาจารย์ของเจ้าเสียอีก”
พอกล่าวจบคํา ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนจะได้พูดอะไร กงซุนซวนหยวนก็หันไปกล่าวถามฟังชิงหยางด้วยรอยยิ้ม “จักรพรรดิสวรรค์ฟงเห็นว่าเป็นเช่นไร?”
ฟงชิงหยางคลี่ยิ้ม “ข้าเชื่อวว่าเสี่ยวเทียนเป็นสีครามที่มาจากสีน้ําเงินแต่เข้มกว่าสีน้ําเงิน”