และเมื่อทั้ง 1,000 คน เหินร่างมาหยุดลอยบริเวณตรงกลางเหนือเวทีประลอง ฉีคงไห่ก็ยกมือขึ้นโบกสะบัดเบาๆ ปรากฏพลังขุมหนึ่งแผ่ออกไปเร็วไว พริบตาก็ปกคลุมร่างอัจฉริยะทั้งพันคน จากนั้นก็อุบัติม่านพลังสีขาวโปร่งแสงขุมหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากเวทีประลองด้านล่าง ก่อนจะปกคลุมทุกคนเอาไว้ปานโดมแก้ว
พวกต้วนหลิงเทียนตอนนี้ก็อยู่ในโดมม่านพลังดังกล่าวเช่นกัน
เนื่องจากสถานที่จัดงานประลองศึกอัจฉริยะสวรรค์ค่อนข้างกว้างขวางมาก แม้จะมีคนถึง 1,000 คนก็ไม่แออัด
จากนั้นเสียงของฉีคงไห่ก็ดังขึ้นสืบต่อ
“ศึกอัจฉริยะสวรรค์รอบที่ 2 มีรูปแบบการประลองเช่นไร หลายๆคนคงทราบดีอยู่แล้ว…แต่ตอนนี้ข้าจักขอกล่าวอีกครั้ง รอบนี้ อัจฉริยะทั้ง 1,000 คนจักทำการประลองกันในรูปแบบอิสระ เมื่อกำจัดอัจฉริยะได้ครบ 700 จนหลงเหลืออัจฉริยะแค่ 300คนเมื่อใด การประลองรอบที่ 2 ก็ถึงกาลยยุติ”
“จากนี้ไปพวกเจ้าจักได้รับป้ายหยกนี้คนละป้าย ซึ่งมีไว้ให้พวกเจ้าบดขยี้ทำลายในช่วงคับขัน และอาคมในป้ายหยกก็จะส่งตัวพวกเจ้าออกมานอกค่ายกลกั้นเขต”
กล่าวถึงจุดนี้ฉีคงไห่ก็โบกมืออีกรอบ จากนั้นท่ามกลางความว่างเปล่าเบื้องหน้ามันก็ปรากฏป้ายหยก 1,000 ชิ้น พอสะบัดมืออีกคราป้ายหยกดังกล่าวก็ราวกับเกสรดอกไม้ที่แพร่กระจายออกไปทุกทิศทาง ร่วงตกมาถึงเบื้องหน้าอัจฉณิยะทั้งพันคนไม่เว้นต้วนหลิงเทียนราวมีดวงตางอกเงย จากนั้นอัจฉริยะทั้ง 1,000 ก็คว้าป้ายหยกมากระชับถือไว้แน่น