เพราะป้ายหยกดังกล่าวคือสิ่งช่วยชีวิตของพวกมัน!
ถึงแม้ศึกอัจฉริยะสวรรค์ไม่ใช่สนามรบที่ต้องเข่นฆ่าล้างผลาญผู้อื่นให้ตกตายกันไปข้าง แต่ดาบกระบี่ไร้นัยน์ตา แถมก็ไม่มีกฏห้ามฆ่าเอาไว้ เช่นนั้นการเข่นฆ่ากันก็เป็นเรื่องปกติ
“แน่นอนว่าทันทีที่พวกเจ้าบดขยี้ป้ายยหยกและถูกส่งตัวออกมา ก็เท่ากับพวกเจ้าถูกคัดออก…นอกจากนั้นหากผู้ใดออกจากค่ากลปิดกั้น ก็ถือว่าถูกคัดออกเช่นกัน รวมถึงผู้ที่ถูกผู้อื่นทุบตีจนสลบก็จะถูกส่งตัวออกมาโดยอัตโนมัติและเป็นธรรมดาว่าจะถูกคัดออก”
ฉีคงไห่กล่าวต่อ
ครู่ต่อมาต้วนหลิงเทียนและอัจฉริยะคนอื่นๆก็หันมองไปยังม่านพลังรอบๆ จกาสัมผัสก็บอกได้ว่าม่านพลังดังกล่าวไม่ได้ทรงพลังอะไร เสมือนแค่ทำมากั้นเขตเฉยๆ เช่นนั้นขอเพียงซัดผู้อื่นให้หลุดนอกเขตก็สามารถกำจัดคู่แข่งได้แล้ว
“นี่มันจะไม่คับแคบไปหน่อยหรือไร?”
“ให้ตายเถอะ ให้ผู้คนเป็นพันมาสู้กระจุกกันที่นี่เนี่ยนะ?”
…
หลายคนเริ่มบ่น
แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าบ่นไปก็เท่านั้น เพราะทุกคนก็เจอสภาพเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
“คราวนี้พวกเจ้ามีเวลาเตรียมตัว 1 เค่อ”
เสียงฉีคงไห่ดังขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้ก็ทำให้ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆตกใจอยู่บ้าง “หลังผ่านไปครบ 1 เค่อ ข้าให้สัญญาณเริ่มการประลองเมื่อใด พวกเจ้าก็สามารถกำจัดคู่แข่งได้ทันที”
พอสิ้นคำกล่าวของฉีคงไห่ ผู้คนนับพันก็เริ่มปั่นป่วน