ด้านอวี๋ตงฟางเองก็สัมผัสได้ถึงสายตาของพวกต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 เช่นกัน
หลังจากมันกวาดตามองไปยังซูหลี่กับอีกร่างหนึ่งที่ไม่คุ้น มันก็อดไม่ได้ที่จะหันไปเอ่ยถามถงถู “เจ้า 42 คนที่นั่งขนาบต้วนหลิงเทียนนั่น นอกจากซูหลี่แล้ว อีกคนเป็นใคร?”
กล่าวจบคํา มันก็หันกลับมามองหลิงเจวี่ยอขึ้นอีกครั้ง
ถึงแม้จะนั่งกันไกลห่าง แต่อวี๋ตงฟางก็สัมผัสได้ถึงจิตต่อสู้อันน่าเกรงขามในสาตาของหลิงเจวี่ยอวิ๋น…จากลักษณะที่อีกฝ่ายมองมาที่มันแบบนี้ ไม่พ้นอีกฝ่าต้องรู้ตัวตนของมันแล้วเป็นแน่ ทว่าหลังจากล่วงรู้ตัวตนมันแต่กลับเผยจิตต่อสู้อันรุนแรง ไม่ได้แลดูหวั่นเกรงอะไรมันเลย บ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาสามัญแน่แท้!
ได้ยินคําถามของอวี๋ตงฟาง ถงถู ก็หันไปมองหลิงเจวี่ยอวิ๋นทันที และสีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที “เจ้านั่นเองรึ ข้าไม่ทันสังเกตเห็นมันได้อย่างไรกัน…ว่าแต่เจ้านั่นมันไปรู้จักกับต้วนหลิงเทียนได้ยังไง?”
“มันเป็นผู้ใดรึ?”
อวี๋ตงฟางเอ่ยถาม
มันทราบได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องงไม่ธรรมดาเป็นแน่ หาไม่แล้วศิษย์น้องของมันคงไม่ออกอาการแบบนี้
“เจ้านั่นมันมาจากเฟิงชิงเทียน”