“ว่ากันว่าพลังฝีมือของอวี๋ตงฟางผู้นี้ สมควรบรรลุถึงระดับเทพสงคราม 4 ดาราแล้ว ไม่แน่อาจจะแข็งแกร่งกว่าเทพสงคราม 4 ดาราไปแล้วก็เป็นได้”
ว่างถิงกล่าว
หลังจากมานั่งบนอัฒจันทร์ได้ไม่นาน พวกว่างถึงทั้ง 3 ก็ได้เอ่ยคําขอโทษต้วนหลิงเทียนสําหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อนแล้ว ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไรแต่แรก จึงพยักหน้ารับคําขอโทษง่ายๆ
จะอย่างไรทั้ง 3 ก็มาจากจี้เมี่ยเทียน และเขาทราบว่า 2 ใน 3 ก็เป็นลูกหลานของจักรพรรดิอมตะสมญานามในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ขี้เมียเทียน และอีกคนก็เป็นศิษย์ของสหายเก่าเมิ่งหลัว ในเมื่อล้วนเป็นคนกันเอง เขาไหนเลยจะใจแคบ
“อาจจะแข็งแกร่งกว่า เทพสงคราม 4 ดารางั้นรึ?”
ต้องบอกเลยว่าคําพูดของว่างถึง ทําให้ต้วนหลิงเทียนอดมองไปที่ชาคนนั้นอีกครั้งไม่ได้
ซูหลี่เองก็หันไปมองอีกฝ่ายใหม่โดยไม่รู้ตัว
เวลานี้ กระทั่งหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่นั่งหลับตาเงียบๆไม่พูดอะไร ก็ยังลืมตาขึ้นมาและมองตามสายตาของต้วนหลิงเทียนกับซูหลี่ จนสังเกตเห็นศิษย์ที่แท้จริงคนที่ 3 ของจักรพรรดิสวรรค์ซวนหยวนเทียน อวี้ตงฟาง เช่นกัน
จากนั้นในแววตาของหลิงเจวี่ยอวิ๋นก็ฉายให้เห็นจิตต่อสู้อันน่าเกรงขามหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมา