ได้ยินคําพูดของหลิงเจ ยอขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็อดยิ้มไม่ได้ “เจ้าอยากพบนางแน่หรือข้าเกรงว่าเมื่อเจอนางแล้วเจ้าจะผิดหวังเอาน่ะสิ”
“ได้ยินเจ้าพูดแบบนี้ ข้าก็สบายใจได้แล้ว”
ใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชาของหลิงเจวี่ยอวิ่น เผยรอยิ้มอ่อนโยนอันหาได้ยากออกมา “ดูเหมือนว่าพี่สาวหวงเอ้อจะรวมผสานเข้ากับอุปกรณ์เทพของเจ้าได้สมบูรณ์แล้วสินะ”
ในฐานะชนพื้นเมืองที่เกิดในระนาบเทพ หลิงเจี่ยอขึ้นย่อมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวิญาณของอุปกรณ์เทพอื่นๆ เมื่อผสานรวมเข้ากับอุปกรณ์เทพขึ้นใหม่
สุดท้ายต้วนหลิงเทียนก็ให้หวงเอ้อออกมาพบเจอหลิงเจวี่ยอขึ้น
“พี่สาวหวงเอ้อ ข้ารู้ดีว่าตอนนี้ข้ามีความสําคัญแค่เสี้ยวเศษในใจท่าน…แต่ข้าอยากจะบอกท่านว่า ข้าไม่ได้ทําให้ท่านผิดหวัง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยหย่อนยานเลยสักวัน…”
ขณะที่หลิงเจวี่ยอขึ้นมองไปยังหวงเอ้อ ไม่เพียงแต่สีหน้าเย็นชามาดขรึมของมันจะกลายเป็นอ่อนโยน ดวงตายังฉายชัดถึงความตื่นเต้นยินดีอย่างปิดไม่มิด
น่าเสียดายที่หวงเอ้อเพียงตอบคํามันกลับมาสั้นๆว่า “อ้อ”
หลังจากหลิงเจวี่ยอขึ้นจากไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองกล่าวกับหวงเอ้อด้วย รอยยิ้มแหยๆ“หวงเอ้อ เจ้าไม่ต้องเย็นชานักก็ได้อย่างไรเสียอดีตเจ้านายของเจ้าก็เป็นพี่สาวของมัน”
“อีกทั้งพูดได้ว่ามันก็โตมาภายใต้การดูแลของเจ้า”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“นายท่าน ข้าทราบว่าท่านคิดจะสื่ออันใด”