“ข้ารู้สึกมาตลอดเวลา ว่าทุกอย่างที่ข้าบรรลุได้ในวันนี้ ถึงแม้เจ้าจะร้ายกาจสู้ข้าไม่ได้ แต่ก็ไม่มีทางด้อยไปกว่าข้ามากแน่”
หลิงเจวี่ยอวิ่นคลี่ยิ้มสดใส
“โฮ ไม่ร้ายกาจเท่าเจ้ารึ?”
ได้ยินคําพูดมั่นใจเต็มพิกัดของหลิงเจวี่ยอขึ้น ต้วนหลิงเทียนก็มองลึกไปที่มัน “ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้มากจริงๆเช่นนั้น ไปหาที่ฉะกันหน่อยปะไร?”
“หากเป็นครึ่งเดือนก่อนข้าคงรับปากเจ้าไปแล้ว…ทว่าเมื่อไม่นานมานี้จุดรอคอยของข้าพึ่งกรุยออก ข้ารู้สึกว่าหากใช้เวลาอีกเล็กน้อยต้องทะลวงผ่านจุดรอคอยที่ข้าสงสัย และบรรลุความเข้าใจใหม่ได้แน่…น่าจะทันเวลาเริ่มศึกอัจฉริยะสวรรค์พอดี”
หลิงเจวี่ยอชิ้นส่ายหัวไปมา “หากเจ้าอยากประมือกับข้า เช่นนั้นก็รอไว้ลุยในศึกอัจฉริยะสวรรค์ที่เดียวเถอะ”
“อย่างไรเสียข้าก็ได้ยินมาว่า อีกแค่ครึ่งปีเท่านั้น… ศึกอัจฉริยะสวรรค์ก็จะเปิดม่านแล้ว”
เรื่องที่หลิงเจยอนพูด ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะได้ยินจากอาจารย์อย่างฟงชิงหยางมาก่อนแล้ว
“เอาสิ งั้นเจ้าก็รีบกลับไปทําความเข้าใจของเจ้าเถอะ ไว้ค่อยมาเจอกันบนเวทีศึกอัจฉริยะก็ได้”
ต้วนหลิงเทียนยิ้ม
“ไม่รีบๆ”
หลิงเจวี่ยอขึ้นกล่าวบอกปัด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กล่าวออกเสียงอ่อนว่า “ต้วนหลิงเทียนข้าอยากเจอพี่สาวหวงเอ้อ…”