“เฮ่ ดูเหมือนซูหลี่กับต้วนหลิงเทียนจะไม่ใช่สหายที่รู้จักกันธรรมดาๆนะ?”
“นั่นสิ ข้าไม่เคยเห็นซูหลี่ยิ้มมาก่อนเลย ดูท่าพวกมันจะเป็นสหายกันนานแล้ว”
“ซูหลีไปรู้จักตัวตนเช่นนั้นได้อย่างไร?”
ในขณะที่อัจฉริยะของอวี้หวงเทียนกําลังอุทานด้วยความแปลกใจ ต้วนหลิงเทียนก็เดินเข้าบ้านพักของซูหลี่ตามคําชวน บ้านพักของเหล่าศิษย์อัจฉริยะก็ค่อนข้างกว้างขวางไม่น้อย พอเข้ามาแล้วทั้งคู่ก็ไปนั่งลงบนโต๊ะหน้าเตียงทันที
“ซูหลี่ จะว่าไปพวกเราก็ไม่ได้เจอกันหลายร้อยปีแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “เจ้าเป็นไงบ้างเล่า สบายดีหรือไม่?”
“ข้าสบายดีมาก”
ซูหลี่คลี่ยิ้มพลางพยักหน้ารับ “หลายปีที่ผ่านมานิกายได้ทุ่มกําลังปลูกฝังข้าอย่างเต็มที่ เรียกว่าพยายามทุกอย่างเท่าที่จะทําได้แล้ว แต่สิ่งนี้ก็ทําให้ข้ารู้สึกกดดันมาก เพราะข้ารู้ว่าทั้งนิกายตั้งความหวังกับข้าสูงลิบ”
กล่าวถึงจุดนี้ รอยยิ้มร่าบนใบหน้าซูหลี่ก็กลายเป็นรอยยิ้มขึ้นขม
“เจ้าก็น่าจะรู้จุดประสงค์ของนิกายแล้วสินะ?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
ครั้งสุดท้ายที่เขาไปเยือนนิกายกระบี่หมื่นหายนะ เขาเองก็ได้รับทราบถึงเป้าหมายในอนาคตของนิกายจากจูเก่อฟง จึงทราบว่านิกายกระบี่หมื่นหายนะตั้งความหวังไว้กับซูหลี่สูงมาก และเลือกจะปลูกฝังซูหลี่สุดกําลังเพื่อให้สักวันซูหลี่จะเอาชนะจักรพรรดิสวรรค์ของอวี้หวงเทียนและแทนที่อีกฝ่าย