สองตาเว่ยฉีทอประกายเรื่องขึ้นวูบหนึ่ง “เพราะมันถึงกับทําให้ใต้เท้าอากู๋โม่ยอมผ่อนปรนให้เช่นนี้…พลังฝีมือของมันน่ากลัวอย่างน้อยๆก็ต้องมีเทพสงคราม 3 ดาราใช่หรือไม่?”
เทพสงคราม 3 ดารา
ในศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งก่อน อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีพลังฝีมือระดับนี้ก็ร้ากาจมากพอจะเข้าสู่ 100 อันดับแรกได้แล้ว
กระทั่งหากร้ายกาจมากหน่อยก็อาจจะติดถึง 50 อันดับแรก
ในสายตาของเว่ยฉี ลองเป็นอัจฉริยะที่อากู๋โม่ผ่อนปรนและให้สิทธิพิเศษดังกล่าวอย่างน้อยๆก็ต้องเป็นเทพสงงคราม 3 ดารา!
ดิ้นคําถามนี้ของเว่ยฉี อากู๋โม่ก็คลี่ยิ้มลี้ลับ “จักรพรรดิอมตะกระดูกมังกร ข้าไม่อยากขายมัน”
“รอให้ศึกอัจฉริยะเริ่มเมื่อไหร่ ท่านก็เห็นฝีมือมันเอง”
เมื่อเห็นรอยยิ้มลี้ลับบบนใบหน้าของอากู๋โม่ เว่ยฉีก็หยีตาเล็กน้อย ดูเหมือนที่มันคาดเดาอาจจะเป็นจริง
ไม่งั้นอากู๋โม่คงไม่เผยท่าที่ดังกล่าว
“เช่นนั้นข้าจะรอดู”
ในเมื่ออากู๋โม่ไม่คิดพูดอะไรมาก เว่ยฉีก็คร้านจะเซ้าซี้
หลังจากนั้น เมื่อจัดแจงให้อากู๋โม่กับรองจ้าววิหารอีก 2 คนเข้าพจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียนแล้ว มันก็พารุ่นเยาว์ทั้ง 16 คนที่อากู๋โม่พามาไปเข้าที่พัก
“เจ้าไปตรวจสอบรุ่นเยาว์เหล่านี้หน่อย และข้าอยากรู้พลังฝีมือของรุ่นเยาว์คนสุดท้ายของวิหารเฟิงฮ่าวสาขาเฟิงชิงเทียนที่จะตามมาทีหลัง”
“ข้าเกรงว่าต่ำๆเจ้านั่นอาจจะเป็นเทพสงคราม 4 ดารา”
เว่ยฉีกําชับคนของมัน