และหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม เว่ยฉีก็ได้คําตอบ
“ใต้เท้าเว่ยฉี ข้าน้อยไปสืบมาแล้วในบรรดาพวกมัน ไม่มีผู้ใดรู้วว่าคนสุดท้ายที่แท้มีพลังฝีมือสูงต่ำเท่าไหร่กันแน่ เพราะพวกมันไม่มีใครสู้คนๆนั้นได้เลย”
“และในบรรดารุ่นเยาว์กลุ่มนี้ ก็มีเทพสงคราม 2 ดาราอยู่ 2 คน”
“เช่นนั้นจึงยืนยันได้ว่า คนสุดท้ายที่จะมา….อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นเทพสงคราม 3 ดารา!”
“ข้าน้อยลองถามชื่อของมันจากรุ่นเยาว์เหล่านั้นดูแล้ว”
พวกมันก็รู้เรื่องนี้”
“เจ้านั่นเรียกว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋น”
ณ ที่ไหนสักแห่งในหยวนสื่อเทียน
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ!
เสียงกระบี่ฉับไวดังขึ้น ในชั่วพริบตาหนึ่งร่างเขื่องภายในหุบเขาอันกว้างใหญ่ ก็ล้มลงดังตึงพาลให้ฝุ่นดินปลิวว่อนฟังไปทั่ว
หลังจากฝนซาลง ก็เผยร่างสัตว์อมตะขนาดใหญ่ให้เห็นชัดเจน
ขณะเดียวกันเหนือขึ้นไปจากร่างดังกล่าวบนฟ้า ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งลอยล่องอยู่
เป็นชายหนุ่มชุดเทาใบหน้าเย็นชามีกระบี่อ่อนพันไว้รอบเอว สายตาของมันกําลังมองจ้องซากร่างมหึมาเบื้องล่าง
ขณะดู ปากก็กล่าวพึมพําว่า “ใกล้ถึงเวลาต้องไปพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียนแล้ว…”
“ตอนนี้พวกอากู๋โม่คงไปถึงกันเรียบร้อย
หากต้วนหลิงเทียนมาอยู่ที่นี่ คงจดจําได้ทันที
ว่าชายหนุ่มชุดเทาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋น