ต้วนหลิงเทียนยิ้มกล่าว “อาศัยความสําเร็จในวันนี้ของศิษย์พี่เว่ยฉี ข้าเกรงว่าคงมีผู้ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งก่อนไม่กี่คนกระมัง ที่สามารถเทียบท่านได้”
ดิ้นคําพูดของต้วนหลิงเทียน เว่ยฉีก็คลี่ยิ้มกว้าง “ก็จริงของเจ้า แต่เรื่องนี้ทั้งหมดต้องขอบคุณท่านอาจารย์ของข้า ที่คอยดูแลข้ามาอย่างดี”
“ผู้ที่ติด 10 อันดับแรกในศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งก่อนในปัจจุบันมีมากกว่าครึ่งที่สู้ข้าไม่ได้เลย”
“อย่างไรก็ตาม ก็มีคนที่เทียบข้าได้เช่นกัน”
“และในบรรดาพวกมัน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดตอนนี้ก็เป็นจักรพรรดิสวรรค์ไปแล้ว และ มีพลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าข้าเลย”
เว่ยฉีกล่าวว่า “มีหลายคนที่ตอนอายุไม่ถึงพันปี ที่เผยศักยภาพพรสวรรค์อันน่าเหลือเชื่อออกมาอย่างไรก็ตามใต้หล้าไหนเลยมีอะไรแน่นอน หลังผ่านมาพันปี บ้างก็ตกตาย บ้างก็ล้มเหลว ใช่ว่าความสําเร็จในอดีตจะวัดความสําเร็จในปัจจุบันได้”
“อาศัยเวลาแค่ช่วงสั้นๆ ก็มีความเป็นไปได้มากมายแล้ว”
“ศิษย์น้องต้วน ด้วยท่านมีอาจารย์อย่างอาจารย์อาฟง ถึงแม้ศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้ผลงานของท่านอาจจะออกมากลางๆ แต่ด้ววพลังฝึกปรือของอาจารย์อาฟง วันหน้าท่านต้องเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในระนาบเทวโลกทั้งมวลคนนึงแน่!”
“กระทั่งขอบเขตเทพก็ยังมีหวังบรรลุถึง!”
พอกล่าววถึงคําขอบเขตเทพ สองตาเว่ยฉีก็ทอประกายวับวาวนัก สายตาที่มองต้วนหลิงเทียนยังแลดูลึกซึ้งไม่น้อย