“ศิษย์น้องต้วน เท่าที่ข้าทราบมา อาจารย์อาฟงชิงหยาง ตั้งแต่ทานขึ้นมายังระนาบเทวโลกจวบจนได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ของจี้เมี่ยเทียน ก็ไม่เคยรับผู้ใดเป็นศิษย์มาก่อนเลย…กระทั่งมีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนหมายฝากตัวเป็นศิษย์ แต่อาจารย์ลุงฟงก็ไม่เคยคิดจะรับผู้ใดเลย”
ระหว่างนําไปยังที่พัก เว่ยฉี ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกมาด้วยความอยากรู้ “ที่แท้ศิษย์น้องต้วนทําอย่างไรกันแน่ ถึงทําให้อาจารย์ลุงฟงยอมรับเป็นศิษย์ได้”
ขณะที่เว่ยฉีเอ่ยถามเรื่องนี้ออกมา เหล่าอัจฉริยะอีก 3 คนที่เดินตามมาอยู่ด้านหลัง ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที สองตายังมองจ้องไปยังแผ่นหลังต้วนหลิงเทียนเขม็ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันก็อยากรู้คําตอบเรื่องนี้เช่นกัน
ได้ยินคําถามของเว่ยฉี ต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัวไปมาพลางยิ้มตอบว่า “พอดีอาจารย์กับข้าล้วนเป็นคนระนาบโลกียะเดียวกัน และข้าก็มีโชคได้รับสืบทอดมรดกที่อาจารย์เหลือทิ้งไว้ในระนาบบ้านเกิดดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ข้ากับท่านอาจารย์ก็ถูกเชื่อมโยงด้วยสาใยแห่งโชคชะตาฉันศิษย์อาจารย์”
“ระนาบโลกียะหรือ?”
ได้ยินคําตอบของต้วนหลิงเทียน เว่ยฉี ก็ผงะไปเล็กน้อยก่อนจะกระจ่างได้ทันใด “ที่แท้ศิษย์น้องต้วนก็มีวาสนาเป็นศิษย์ของอาจารย์อาฟงในลักษณะนี้นี่เอง…ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไฉนอาจารย์อาฟงถึงยอมรับท่านเป็นศิษย์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว”
“ศิษย์น้องต้วน ท่านนับว่าโชคดีมาก”