ตอนนี้ด่านพลังฝึกปรือของเขาก้าวหน้ามาจนถึงช่วงปลายขอบเขตจักรพรรดิอมตะแล้ว บรรลุถึงจักรพรรดิอมตะ 9 ตําหนักเรียบร้อย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงความสําเร็จในกฏมิติที่ได้รับความช่วเหลือจากผลึกสํานึกของผู้แข็งแกร่งที่สุดเลย
ในปัจจุบันต่อให้เขาไม่ต้องอาศัยพลังของเทพเบญญจธาตุและกระบี่หลิงหลง 7 เปลี่ยน แต่คิดฆ่าทั้ง 3 ด้านหลังก็ลําบากเพียงยกมือเท่านั้น!
เขาไม่ใส่ใจคําพูดอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เพราะไม่ว่ววาจะว่างถิงก็ดี จางเทียนโย่วก็ดี ในสายตาเขา…พวกมันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขาอีกต่อไป!
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้อีกด้วย ว่าอัจฉริยะส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้ พลังฝีมือก็อยู่ในระดับเดียวกับพวกวว่างถิงและจางเทียนโย่ว มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีพลังฝีมือเหนือกว่าทั้งคู่และคู่ต่อสู้ของเขาก็คือคนส่วนน้อยที่ว่า
และแน่นอนว่าต่อให้เป็นคนส่วนน้อยเหล่านั้น เขาก็คิดว่าคงมีไม่กี่คนที่สามารถคุกคามเขาได้
“คราวนี้อันดับ 1 ในศึกอัจฉริยะสวรรค์ต้องเป็นของข้าโวนหลิงเทียนแน่!”
“ผลอมตะหยวนปะทุของวิหารเฟิงฮ่าวนั้น ถูกลิขิตให้อยู่ในกระเป๋าของข้าแล้ว!”
ถึงวิหารเฟิงฮ่าวจะมีไพ่ตายอะไร ข้าก็จะเอาชนะมัน….ต่อให้เป็นสุดยอดอัจฉริยะของวิหารเฟิงฮ่าว ตราบใดที่มีข้าต้วนหลิงเทียนอยู่ ก็อย่าได้หวังว่าจะเป็นคู่แข่งข้าได้”