จางเทียนโย่วเอ่ยคําด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดเสี้ยมให้ข้าประลองกับต้วนหลิงเทียนเพื่อหยังตื้นลึกหนาบาง หากข้าชนะ เจ้ามิแคล้วต้องได้ที่ไปท้าสู้ผู้อื่นต่อ! แต่เจ้าคิดหรือว่าข้าจางเทียนโย่วโง่งมจนเป็นเบี้ยให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ได้ง่าย? หากเจ้าอยากรับทราบพลังฝีมือผู้อื่น ก็ไปสู้ของเจ้าเอง!”
“ถึงแม้หากข้าต้องสู้กับมัน นั่นก็ต้องเป็นบนเวทีประลองศึกอัจฉริยะสวรรค์เท่านั้น”
“ปกติแล้ว ทุกคนล้วนมีโอกาสพบกันบนสังเวียนทั้งสิ้น และต่อให้ไม่มีโอกาสเลย หากผู้อื่นชนะผ่านเข้ารอบไปแล้ว ถึงแม้จะแพ้ ก็ยังมีโอกาสท้าประลองในศึกคืนชีพได้!”
เห็นได้ชัดว่าจางเทียนโย่ว ล่วงรู้กฏเกณฑ์การประลองของศึกอัจฉริยะสวรรค์อยู่บ้าง
ว่างถิงไม่คิดว่าจะถูกจางเทียนโย่วมองเจตนาออกแต่แรกแถมอีกฝ่ายยังแฉออกมาตรงๆ ทําให้นางอึดฮัดด้วยความไม่พอใจทันที
“ฮ่าๆๆ…”
ตอนนี้เองเว่ยฉีที่อยู่ข้างๆต้วนหลิงเทียน ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ศิษย์น้องต้วน ดูเหมือนพวกมันอยากรับทราบพลังฝีมือของท่านไม่น้อย ว่าแต่ครั้งนี้ท่านมาเพื่อชมดูเอาสนุกสนาน หรือคิดเข้าร่วมการประลองด้วยเล่า?”
“อย่างหลังน่ะ”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายเรื่องขึ้นรูบหนึ่งพลางตอบ
เกี่ยวกับเรื่องที่ว่างถิงและจางเทียนโย่วคุยกัน เขาไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย
ถึงพลังฝีมือของทั้งคู่จะถือว่าดี แต่ด้วยความก้าวหน้าตลอดระยะเวลา 300 ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่ใช่มังสวิรัต!