“ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ข้าไม่สนใจเทพเบญจธาตุ เพราะเกรงว่ามันอาจจะรบกวนมรรคากระบี่ของข้าเลย…ต่อให้ข้าอยากได้เทพเบญจธาตุจริง ข้าก็ไม่มีวันทําร้ายเจ้าหรอก เจ้าคือศิษย์เพียงคนเดียวของข้า ทั้งยังสืบทอดมรรคากระบี่ของข้า ในสายตาข้าเจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากลูกชายแท้ๆคนหนึ่ง…เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง แล้วข้าจักทําเรื่องเดียรัจฉานเช่นนั้นได้อย่างไร…”
ได้ยินคําพูดตรงไปตรงมาของฟงชิงหยาง ใจต้วนหลิงเทียนก็สะท้านไปไม่น้อย ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดขึ้นมา
เพราะก่อนหน้าเป็นเขาเลือกจะปกปิดเรื่องราวทั้งหมดกับอาจารย์ เหตุผลก็คือกลัวอาจารย์จะบังเกิดจิตคิดไม่ซื่อ หมายปองเทพเบญจธาตุของเขา
จังหวะนี้เขาพลันตระหนักได้ชัดเจน ถึงความหมายของคําว่าใช้จิตใจคนถ่อยหยังวัดวิญญูชน”
“ท่าอาจารย์ ข้าขอโทษ”
ต้วนหลิงเทียนได้แต่กล่าวคําขอขมาออกมาหน้าซึม
“เจ้าไม่จําเป็นต้องขอโทษข้าหรอก”
ฟงชิงหยางส่ายหัวไปมาพลางกล่าว “ยังดีเสียอีกที่เจ้ารู้จักระวัง เพราะต่อให้เป็นข้าเองก็ต้องทําเหมือนเจ้าเช่นกัน….คราวนี้ถ้าไม่ใช่เพราะข้ากังวลว่าเรื่องราวในโลกใบเล็กเจ้าเสี่ยงจะเปิดเผยออกมาที่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน ข้าก็ตั้งใจจะไม่พูดเรื่องนี้แต่แรก แต่ไม่อาจไม่ระวังไว้ก่อนได้จริงๆ”
“เพราะหากโลกใบเล็กภายในกายเจ้าไม่ได้ถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดเรื่อง ไม่คาดฝันได้อยู่”