หลังได้ยินคําเตือนของฟงชิงหยาง ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ถึงความสําคัญของเรื่องราว ในใจบังเกิดความระวังเพิ่มขึ้นหลายส่วน ยังคิดไปว่าวันหน้าหากไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มั่นใจว่าปลอดภัยจริงๆ เขาจะไม่มีวันถอนการปิดกั้นโลกใบเล็กออกเด็ดขาด!
หากไม่ใช่เพราะอาจารย์กล่าวเตือน เกรงว่าการมาเยือนพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียนครั้งนี้ อาจจะเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ
และไม่นานนัก ต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางก็มาถึงด้านหน้าประตูใหญ่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน
พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน ก็มีลักษณะที่ตั้งละม้ายคล้ายพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ส่วนใหญ่ในระนาบเทวโลก มันตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้าที่ลอยล่องอยู่เหนือหมู่เมฆ มองไปละม้ายคล้ายอสูรกายดึกดําบรรพ์ตัวเขื่องซุ่มซ่อนในม่านหมาก โดยรอบยังเต็มไปด้วยแสงพลังอาคมลี้ลับน่ากลัวแล่นตัดกันไปมา อาศัยแสงพลังอาคมดังกล่าว ก็ทําให้ไม่มีใครกล้าทะเล่อทะล่าเข้ามาใกล้แล้ว
“ท่านอาจารย์ ว่าแต่ศึกอัจฉริยะสวรรค์ที่จะมุ่งเป้าไปที่อัจฉริยะอายุไม่ถึงพันปีนี่อัจฉริยะทั่วไปไร้สังกัด จะสามารถมาเข้าร่วมด้วยตัวเองได้หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“แน่นอนว่าไม่ได้”
ได้ยินคําถามต้วนหลิงเทียน ฟงชิงหยางก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา “หากใครคิดจะมาก็มาได้เช่นนั้นพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ไม่กลายเป็นตลาดเช้าแสนวุ่นวายแล้วหรือ?”