“แต่ละระนาบเทวโลกนั้น อัจฉริยะที่อายุไม่ถึงพันส่วนใหญ่จะมีภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้วหากไร้ซึ่งสภาพแวดล้อมและทรัพยากรดีๆ จะมีความร้ายกาจเทียบเทียมเหล่าอัจฉริยะอายุไม่ถึงพันที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีได้อย่างไร?”
ฟงชิงหยางเอ่ยเสริม “ดังนั้น แทบทุกครั้งที่มีศึกอัจฉริยะสวรรค์มากกว่า 9 ส่วนของอัจฉริยะที่เข้าร่วมการแข่งขัน ก็มีขุมกําลังหนุนหลังทั้งสิ้น ไม่เว้นคนของวิหารเฟิงฮ่าวเอง…จริงอยู่ว่ามีอัจฉริยะไร้สังกัดที่เจ้าพูดถึงอาจจะมีอยู่บ้าง แต่ตัวตนเหล่านั้นหากคิดจะช่วงชิงอะไรกับผู้อื่นได้ ก็ต้องมีโชควาสนาปาฏิหาริย์จริงๆ เรียกว่าต้องผ่านการผจญภัยอันเหนือคาดคิด สุดที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้ออก”
คําพูดของฟงชิงหยาง ต้วนหลิงเทียนเองก็เข้าใจ “แล้วอัจฉริยะที่ว่าละอาจารย์ หากพวกมันคิดเข้าร่วมศึกอัจฉริยะสวรรค์ต้องทําอย่างไรหรือ ไม่อาจไปสมัครที่พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หน้างานด้วยตัวเองโดยตรงได้เลย?”
“ไม่ได้หรอก”
ฟงชิงหยางส่ายหัว “หากอัจฉริยะไร้สังกัดที่เจ้าว่าอยากเข้าร่วมศึกอัจฉริยะสวรรค์จริง อย่างน้อยๆก็ต้องมีพลังฝีมือใกล้เคียงจักรพรรดิอมตะสมญานาม…และเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้ง 2 ประการอย่างน้อยหนึ่งชุด…”
“เมื่อมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ก็ต้องไปเยือนวิหารเชิงฮ่าวที่ตั้งอยู่ทั่วทุกระนาบเทวโลกเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรับสิทธิ์เข้าร่วม
วิหารเฟิงฮ่าวพามาเข้าร่วม
ฟงชิงหยางกล่าว