และปราณล้วนปั่นป่วน
ความโชคดีคือ หมดยันต์ตัวตายตัวแทนไปหลายสิบแผ่นสุดท้ายก็สลายพลังโลหิตนั้นจนได้
เจียงผิงอันร่างสะท้าน กิน ‘โอสถหกวงจรจักรวาล’ ด้วยหวังฟื้นบาดแผล
จิตศาสตราปริปากกล่าว “ไม่ได้ผลหรอก เจ้าบาดเจ็บที่รากฐานแค่โอสถหกวงจรจักรวาลรักษาเจ้ามิได้ เว้นแต่เจ้าจะได้โอสถเก้าวงจรจักรวาลมา”
“หากเจ้าได้โอสถเก้าวงจรจักรวาล มิเพียงจะรักษาตัวเจ้าได้เท่านั้น ยังสามารถย่อยโลหิตเซียนหยดนั้นในตัวเจ้า และได้ผลประโยชน์อันเกินคาดคิดด้วย”
“แต่สิ่งแรกที่ต้องมีคือ เจ้าต้องได้โอสถเก้าวงจรจักรวาลมาก่อนเท่าที่ข้ารู้ ราคาของโอสถเก้าวงจรจักรวาลไม่ได้ต ่าไปกว่าสมบัติลับเลย”
เจียงผิงอันไม่อยากพูดอะไร เขาทอดกายพักบนพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน
ไม่รู้ว่านานเพียงไร เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น การเคลื่อนไหวมิได้รวดเร็วเช่นกาลก่อน อ่อนแอราวบัณฑิตขี้โรค
เจียงผิงอันนำพู่กันพิพากษาออกมาสะบัดสองสามครั้งบนอักขระเซียนที่ผนัง
อักขระเซียนแปรเปลี่ยน อาคมเบื้องบนเปลี่ยนสภาพ อำนาจจองจำหายไป
ในที่สุด เจียงผิงอันก็ออกไปได้เสียที
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันก็กระเสือกกระสนขึ้นมาจากใต้ดิน
ทันทีที่เขาปีนออกมาได้ เจียงผิงอันก็เหนื่อยอ่อนหอบแฮ่ก ทรุดนั่งลงบนพื้น
และยังบังเอิญนั่งทับบุปผาหน้าผีไปดอกหนึ่ง
เมื่อเขาก้มลงเห็นบุปผาหน้าผีดอกนี้ เขาก็แย้มยิ้มฝืดเฝื่อน
หากรู้เช่นนี้ เขาคงไม่มาพนาผีเบญจภัย
มาเจอของร้ายกาจเช่นนี้เข้าเสียได้
หลังจากพิน