“นั่นจะอย่างไรก็จักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียน ตัวตนระดับจักรพรรดิสวรรค์คนหนึ่ง แต่พอรู้ตัวว่าเผลอล่วงเกินอาจารย์เข้าให้ ก็หนีเตลิดเลย?”
“จักรพรรดินีสวรรค์เช่นนาง ไม่ห่วงหน้าตาศักดิ์ศรีอะไรแล้ว?”
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนตกใจไม่น้อยจริงๆ ถึงแม้เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายไม่พ้นคิดว่าอาจารย์เขาอาจบรรลุถึงขอบเขตเทพไปแล้ว แต่ฟังจากที่อาจารย์ของเขาบอกมา ถึงแม้โลกภายนอก จะถือกันว่าตนบรรลุถึงขอบเขตเทพแล้ว แต่ก็มีน้อยคนนักที่รู้ว่าบรรลุถึงขอบเขตเทพจริงๆ
อย่างไรก็ตามพอนึกขึ้นได้ว่า จักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียนนั่น ตั้งแต่ก่อนที่อาจารย์เขาจะเข้าสู่นรกอสุรานางก็สู้ไม่ได้แล้ว เขาก็พอจะเข้าใจได้
“หืม?”
ทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนพลันพบว่าในบรรดาคนนับโหลของนิกายตั๋วสุ่ยเบื้องหน้า มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มองจ้องเขาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่พ้นจดจําเขาได้ “ทําไม?กําลังสงสัยอยู่หรือว่าข้าใช่คนที่ธิดาเทพของพวกเจ้าสั่งให้ตามหาหรือไม่??”
วันนั้นตอนที่เขามานิกายตั๋วสุ่ยเพื่อพบมู่อีอี หากเดาไม่ผิดต้องมีหนึ่งในคนที่อยู่หน้าประตูใหญ่นิกายตั๋วสุ่ยจดจําหน้าตาเขาได้ และไม่พ้นวาดภาพเหมือนของเขาให้ธิดาเทพใช้ตามล่าหาตัวเขาเช่นนั้นจะมีคนมองเขาด้วยความสงสัยก็ไม่แปลก