ไม่คิดก็แล้วไป แต่พอคิดถึงต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างสะทกสะท้อน
“เจ้าไม่จําเป็นต้องโทษตัวเอง ถึงแม้เรื่องนี้อาจมีจุดเริ่มต้นเพราะเจ้า แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือการกระทําของอวิ่นชิงเหยยียนจากระนาบเทพนั่นไม่ใช่คนจากระนาบเทพทุกคนที่จะชั่วช้าเช่นมัน”
ฟงชิงหยางกล่าวปลอบ
มันย่อมเข้าใจความรู้สึกของศิษย์เพิ่งหนึ่งเดียวของตัวเองดี
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ต่างฝ่ายต่างคาดหวังจะได้พบกันมาก ทําให้ไม่ว่าจะต้วนหลิงเทียนหรือฟงชิงหยาง แม้จะพึ่งพบกันได้ไม่ทันไร แต่ก็เข้ากันได้ดีราวเป็นศิษย์อาจารย์กันมาหลายปี ไม่เหมือนคนีที่พึ่งเจอหน้ากันแม้แต่น้อย
เพราะครั้งที่แล้วต้วนหลิงเทียนมาหามู่อีอีถึงหน้าประตูใหญ่นิกายตั๋วสุ่ย เขาจึงรู้ทางไป
ภายใต้การนําของเขา ฟงชิงหางก็พาเขามาถึงด้านหน้าประตูใหญ่หน้านิกายตั๋วสุ่ยในเวลาอันสั้น
และคราวนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่นิกายตั๋วสุ่ยอีกต่อไป แต่ฟงชิงหยางพาเขาบุกเข้าไปในนิกายตั๋วสุ่ยโดยตรง พร้อมกันนั้นยังตะโกนผสานพลังออกมา “ซื้อถูกูชิงไสหัวออกมา!!”
เสียงตะโกนของฟงชิงหยางทําให้ต้วนหลิงเทียนอึ้งไปด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง
เพราะการบุกเข้ามาหาคนอย่างอุกอาจแบบนี้ เขาเองก็เคยทํา