คฤหาสน์คลื่นขจี อันเป็นบ้านเกิดของหานเฉวี่ยไน่ ก็ได้ถูกพลังทําลายจนยับเยิน…ไร้ซึ่งกลิ่นอายชีวิตใดๆ
“ไม่…ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!!”
หานเฉวี่ยไนออกจากโลกใบเล็กของต้วนหลิงเทียนมาลอยร่างเหนือซากปรักหักพังที่แต่เดิมเคยเป็นคฤหาสน์คลื่นขจีด้วยสีหน้าเลื่อนลอย ในแววตาฉายชดถึงความเจ็บปวดใจนัก
บ้านของนางหายไปแล้ว…
ครอบครัวและญาติของนางตกตายหมดแล้ว…
“พี่ใหญ่หลิงเทียน”
หานเฉวี่ยไน่โยยนตัววเข้าอ้อมอกต้วนหลิงเทียน ร่ําไห้น้ําตาไหลพราก ต้วนหลิง เทียนย่อมรับทราบคความเจ็บปววดของร่างบางในอ้อมแขนที่สั่นระริกดี ได้แต่ตบหลางปลอบนางเบาๆ “เฉวี่ยไน่ วางใจเถอะ…หลายร้อยปีผ่านไป ไม่แน่บิดาของเจ้าที่ได้รับทรัพยากรไปมากมายอาจไม่ได้อยยู่ที่คฤหาสน์คลื่นขจีอีกแล้ว”
แน่นอนว่าที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวไป ก็แค่คําปลอบใจเท่านั้น
กระทั่งเขาเองยังรู้สึกว่าครอบครัวของหานเฉวี่ยไน่ น่าจะประสบคราวเคราะห์หมดแล้ว
จังหวะนี้โทสะในใจที่มีต่อจักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียนได้ลุกโชนขึ้นมาปานเพลิงไฟ ยากจะระงับเอาไว้ได้
ตลอดเวลาที่ผ่าน ถึงแม้วนหลิงเทียนจะก้าวหน้าจนบรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งมากพอเลย แม้จะมีเทพเบญจธาตุก็ตาม
ฟ้าดินนี้มียอดฝีมือมากเกินไป