ได้ยินเสียงดังกล่าว จักรพรรดิอมตะหนามม่วงเพียงยนคิ้วเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็รั้งพลังคืนกลับ จากนั้นก็เอ่ยคําด้วยน้ําเสียงไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
“เข้ามา”
และพอจักรพรรดิอมตะหนามม่วงลั่นคําอนุญาต ก็ปรากฏร่างหนึ่งเหินลอยเข้ามาในหุบเขาเป็นชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่ผู้หนึ่ง
ชายหนุ่มผู้นี้มาในชุดคลุมสีน้ําเงินขลิบทอง ลักษณะแลดูหรูหราฟุ่งเห้อ แต่ก็มีความสง่างามไม่เบา หว่างคิ้วเจ้าตัวยังฉายชัดถึงความหยิ่งยโสถือดี ราวกับตัวเองคือนายน้อยแห่งฟ้าดิน
“คารวะอาจารย์อา”
หลังโรยตัวลงจากฟ้ามาหยุดลงในลานบ้านของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ชายหนุ่มที่เรียกตัวเองว่า ข่งโย่วอี้ ก็ประสานมือคารวะจักรพรรดิอมตะหนามม่วงก่อนใดอื่น
“โย่วอี้ ไฉนเจ้ามาที่นี่ได้?”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงหันไปเอ่ยถามข่งโย่วอี้ด้วยความสงสัย แววตาทอแสงเรืองขึ้นวาบหนึ่ง
“พอดีศิษย์หลานโย่วอี้ได้ยินมาว่า สามีของศิษย์น้องลี่เฟยมาถึงแล้ว เช่นนั้นก็เลยมาดูเสียหน่อย…ว่าที่แท้สามีของศิษย์น้องหญิงลี่เฟยเป็นเทพยาเลิศล้ําองค์ใด ไฉนถึง ทําให้ศิษย์น้องหญิงลี่เฟยหลงรักปักใจ ถึงขั้นไม่ยอมรับความจริงใจของข้าที่ไล่ตามนางมาตลอดหลายปีที่ผ่าน
ข่งโย่วอี้กล่าวด้วยยรอยิ้ม
หากเป็นสถานการณ์ปกติ มันคงไม่กล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าจักรพรรดิอมตะหนามม่วงแน่นอน แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามันจงใจ!
“ข่งโย่วอี้ เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด?”