จนเมื่อลี่เฟยพาต้วนหลิงเทียนเดินตัดลานเข้ามาห่างแปลงบุปผาไม่ไกลและคํานับทักทายนาง จักรพรรดิอมมตะหนามม่วงจึงลุกขึ้นยืนและหันกลับมามองลี่เฟย
และพอนางเหลือบมามองต้วนหลิงเทียน ดวงตาที่เฉยเมยก็ฉายประกายเรืองขึ้นอย่างหาได้ยาก “เฟยเอ๋อ…นี่คือสามีเจ้าหรือ?”
ตั้งแต่ตอนที่ลี่เฟยกับต้วนหลิงเทียนได้พบกันอีกครั้ง จักรพรรดิอมตะหนามม่วงก็ได้รับทราบเรื่องราวจากโฉมสะคราญที่ติดตามลี่เฟยไปเรียบร้อยแล้ว
“ใช่ค่ะ อาจารย์”
ลี่เฟยเอ่ยตอบด้วยน้ําเสียงเคารพ “เขาคือสามีข้า เรียกว่าต้วนหลิงเทียน”
แทบจะพร้อมกันกับบที่ลี่เฟยกล่าวจบคํา ต้วนหลิงเทียนก็ป้องมือประสานโค้งคารวะจักรพรรดิอมตะหนามม่วงปานผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว “ต้วนหลิงเทียน ขอคารวะจักรพรรดิอมตะหนามม่วง”
“อีกทั้งข้าต้วนหลิงเทียน ต้องขอขอบคุณจักรพรรดิอมตะหนามม่วงมาก ที่คอยดูแลเสี่ยวเฟยเอ๋อตลอดหลายปีที่ผ่าน…วันหน้าหากมีโอกาส ข้าต้องตอบแทนด้วยกําลังทั้งหมดที่ข้ามี!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“อืม”
จักรพรรดิอมตะหนามม่วงรับคําเสียงแผ่ว “ในเมื่อเจ้าเป็นสามีของเฟยเอ๋อ เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็พักอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนแห่งนี้เถอะ เฟยเอ๋อได้พบเจ้าแล้วแบบนี้ หากต้องแยกจากเจ้าอีกครั้ง ข้าเกรงว่านางจะไม่มีกะจิตกะใจฝึกปรือ…”