“แต่..ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการฝึกปรือของเฟยเอ๋อ เพราะหากไม่มีอันใดผิดพลาดความสําเร็จของเฟยเอ๋อ วันหน้าย่อมไม่มีทางด้อยไปกว่าข้าแน่”
ฟังจากคําพูดดังกล่าวของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง เห็นได้ชัดว่านางตีค่าลี่เฟยไว้สูงมาก
และคําพูดของนางก็เต็มไปด้วยน้ําเสียงไม่อนุญาตให้สงสัยคลางแคลง ราวกับว่าต้วนหลิงเทียนจําต้องปฏิบัติตามคําพูดของนางอย่างเคร่งครัดไม่อาจขัดขืน
ได้ยินคําพูดดังกล่าวของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ต้วนหลิงเทียนก็อึ้งไปพักหนึ่ง หากแต่ครู่ต่อมาก็คลี่ยิ้มยินดี เพราะสิ่งนี้เผยให้รู้ว่าจักรพรรดิอมตะหนามม่วงเอาใจใส่ลี่เฟยมากจริงๆ
อย่างไรก็ตามความหวังดีของนางที่มีต่อลี่เฟย ได้ถูกกําหนดไว้แล้วว่าทําได้แค่รับไว้ด้วยใจเท่านั้น
“จักรพรรดิอมตะหนามม่วง”
ต้วนหลิงเทียนมองสบตาจักรพรรดิอมตะหนามม่วง จากนั้นก็กล่าววออกด้วยน้ําเสียงท่าทางไม่นอบน้อมแต่ไม่ถือดี “ที่ข้ามาพบท่านวันนี้ ประการแรกข้าอยากจะขอบคุณที่ท่านเมตตาดูแลเสี่ยวเฟยเอ๋อเป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่าน..ประการที่ 2 ข้าคิดพาเสี่ยวเฟยเอ๋อมาร่ําลาท่าน เพราะในเมื่อข้าพบเจอนางแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกจากนางอีกครั้ง เช่นนั้นข้าจึงคิดพานาง กลับไปฝึกฝนบ่มเพาะกับข้า”
“หืม? เจ้าคิดจะพาเฟยเอ๋อจากไปงั้นรึ?”
แทบจะทันที่ที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคํา สีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของจักรพรรดิอมตะหนามม่วง ก็คล้ายจะถูกฉาบไว้ด้วยชั้นน้ําแข็งทันที