ตอนนี้เองหานเฉวี่ยไนก็ก้าวอาดๆเข้ามาเอ่ยถามด้วนหลิงเทียนด้วยตาเป็นประกายน้ําเสียง ฟังดูซุกซนนัก “อั้ยหยาพี่หลิงเทียนพี่สะใภ้คนนี้ช่างงดงามเหนือคําบรรยาจริงๆ! เกิดมาข้าไม่เคเจอใครสวยเท่าพี่สะใภ้คนนี้มาก่อนเลย นี่ท่านไปอุ้มลูกสาวบ้านใดมาเนี่ย?!”
เมื่อเห็นหานเฉวี่ยไม่ได้ที่ก็แซวเขาใหญ่ ต้วนหลิงเทียนได้แต่หันไปมองค้อน“อุ้มเอ็มอะไรของเจ้ากัน? อย่าได้เอาอย่างพี่สาวเฟยเอ๋อของเจ้าให้มากนัก!”
ครอบครัวได้พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งหลังผ่านไปนานปี เป็นธรรมดาว่ามีเรื่องให้พูดคุยมากมาย
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไม่อาจกล่าวออกรวดเดียว จําต้องใช้เวลา
“เสี่ยวเฟยเอ๋อ ว่าแต่ไฉนพวกเจ้าถึงมาอยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ฟูโหย่วเทียนกันได้ล่ะ? แถมข้าได้ยินเทียนหวี่บอกว่า เจ้ากลายเป็นศิษย์ที่แท้จริงของศิษย์ที่แท้จริงจักรพรรดิสวรรค์ฝูโหย่วเทียนงั้นหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“เรื่องนี้ข้าต้องเล่าตั้งแต่ตอนที่ข้าถูกส่งไปยังระนาบโลกียะที่เรียกว่าระนาบหนามม่วง….ตอนนี้ข้าคงได้แต่เล่าเรื่องราวคร่าวๆให้ฟัง เอาไว้หลังไปเจออาจารย์ข้าก่อน ค่อยเล่าให้ฟังอย่างละเอียด”
ลี่เฟยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงที่อยู่ในระนาบหนามม่วง และไฉนหลายปีที่ผ่านถึงได้อยู่ในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ผู้โหย่วเทียนออกมาสั้นๆ
“ตอนนั้นข้าก็คิดไม่ถึงว่าเนี่ยนเอ๋อกับเฉวี่ยไม่ก็ถูกส่งมาที่ระนาบหนามม่วงด้วย”