“อย่างไรก็ตามพวกมันมีคนที่จดจําหน้าตาต้วนหลิงเทียนได้ และวาดภาพเหมือนของเจ้านั่นออกมาส่วนชายชราที่ติดตามด้วนหลิงเทียน และเป็นผู้ลงมือลักพาตัวน้องหญิงไปคนนั้นทุกคนไม่ทันได้ให้ความสนใจมัน จึงไม่มีผู้ใดจดจําหน้าตาของมันได้เลย”
กล่าวถึงจุดนี้ เฟิงเจียนอวี่ก็ยื่นม้วนภาพม้วนหนึ่งให้ชื่อถูฉชิง
และในม้วนภาพดังกล่าว ก็มีภาพชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดม่วงคนหนึ่ง เป็นภาพของต้วนหลิงเทียนที่วาดขึ้นได้เหมือนตัวจริงไม่มีผิดเพี้ยน
ภาพนี้ไม่เพียงแต่จะเหมือนตัวจริงต้วนหลิงเทียนไม่มีผิดเพี้ยนเท่านั้น แต่ยังถ่าย ทอดลักษณะองอาจไม่ธรรมดาของต้วนหลิงเทียนออกมาได้ชัดเจน
“มันน่ะหรือคือต้วนหลิงเทียน?”
ชื่อถูฉชิงจ้องภาพเหมือนในมือตาเขม็ง กล่าวถามด้วยน้ําเสียงเล็ดรอดไรฟันว่า “วิญญาณของเสวี่ยเอ๋อดับสูญแล้วเช่นนั้นวิญญาณของมู่อีอีเล่า? นางตกตายด้วยหรือไม่?”
ชื่อถูฉชิงนั้นมีลูกแก้ววิญญาณของเฟิงเจียนอวี่เก็บไว้
อย่างไรก็ตาม นางไม่มีลูกแก้ววิญญาณของมู่อีอีติดตัว
“เพราะมู่อีอียังไม่ตาย…ข้าจึงมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดเป็นต้วนหลิงเทียนจงใจกระทํา! มัน มุ่งเป้าสังงหารไปยังวิญญาณของน้องหญิงโดยเฉพาะ…ไม่พ้นมันต้องค้นพบเรื่องที่ม่อีอีกําลังถูกน้องหญิงชิงร่าง จึงให้ผู้ติดตามของมันลักพาตัวน้องหญิงไป จนเกิดเหตุการณ์ทําลายวิญญาณน้องหญิงหมายช่วยมู่อีอีทวงร่างขึ้นมา”
เฟิงเจียนอวี่เอ่ยออกเสียงหนัก
“ดี! ดี! ดีมาก!!”