เมื่อโม่เหอลงมือแล้วเสร็จ มู่อีอีที่นอนอยู่บนเตียง จากแววตาที่เคยกระจ่างสดใสก็หมองลงหลายส่วน แลดูเลื่อนลอยทึมทื่อ หาความเฉลียวฉลาดใดๆไม่เจอ
“อํา? พวกเจ้าพวกเจ้าเป็นใครกัน!?”
พอมู่อีอีสังเกตเห็นพวกต้วนหลิงเทียน ดวงตาคู่งามดั่งสารทฤดูที่กลายเป็นทึมที่อก็ฉายแววหวาดผวา ราวลูกนกตกใจ คล้ายเด็กน้อย 3 ขวบไม่รู้ประสาพบเจอคนแปลกหน้า
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอมาเห็นฉากนี้ด้วยตาตัวเอง ใจเขาก็ดิ่งวูบลงทันที
สตรีเบื้องหน้า ไม่เหลือคราบศิษย์น้องหญิงมู่อีอีในความทรงจําของเขา ที่สง่างามเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอยู่เลย
“ผู้อาวุโสโม่เหอ ท่านแน่ใจหรือไม่ ว่าตอนนี้วิญญาณของสตรีนางนั้นถูกทําลายไปหมดสิ้นแล้ว?”
ต้วนหลิงเทียนหันไปเอ่ยถามโม่เหอ
“ข้ามั่นใจ”
โม่เหอพยักหน้ารับเป็นมั่นเหมาะ
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ติดต่อไปหาเฟิ่งเทียนหวู่ในโลกใบเล็ก “เทียนหวู่…ศิษย์น้องหญิงอีอี ข้าเกรงว่าต้องรบกวนเจ้าช่วยดูแลทั้งชี้แนะเรื่องทั่วไปสักพัก…”
ตอนนี้มู่อีอี ไม่ต่างอะไรจากเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังไม่รู้ความ และต้องการคําชี้แนะในการใช้ชีวิตประจําวันทุกอย่าง
ในฐานะที่คุ้นเคยกับมู่อีอีมากที่สุด เฟิ่งเทียนหวู่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“พี่ใหญ่ต้วนท่านไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง”