เฟิ่งเทียนหวู่เองก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนหน้าด้วยตาตัวเอง น้ําเสียงตอบรับของนางจึงสั่นเครือไปไม่น้อยย
สตรีที่ฝึกเต๋ท้าทายสวรรค์อันเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ จนแลดูสง่างามน่าเกรงขามในอดีต บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว เหลือก็แต่สตรีที่สติไม่สมประกอบนางหนึ่ง
หลังจากให้เฟิ่งเทียนหวู่พามู่อีอีเข้าไปดูแลสอนสั่งเรื่องพื้นฐานในโลกใบเล็กภายในกายเขา ต้วนหลิงเทียนก็หันไปประสานมือกล่าวขอบคุณโม่เหอ “ผู้อาวุโสโม่เหอ เรื่องวันนี้ขอบคุณท่านมาก”
“นายน้อยเกรงใจไปแล้ว เป็นเกียรติที่โม่เหอสามารถช่วยเหลือนายน้อยได้”
โม่เหอยิ้ม
“อาวุโสโม่เหอ อย่างไรเรื่องนี้ขอท่านอย่าได้บอกใคร”
พอคิดถึงคําพูดขอสตรีที่คิดชิงร่างมู่อีอีกล่าวไว้ก่อนหน้า ต้วนหลิงเทียนก็ไม่อาจไม่ระวังเอาไว้ก่อน
กระทั่งยังหวังว่ามารดาของนาง จักรพรรดินีสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียน จะไม่ติดตามมาหาความเขาเร็วนัก!
หากไร้เบาะแสใดๆ ภายใต้สถานการณ์ปกติ นางก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะสืบสาวมาถึงพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์เมี่ยเทียน
เพราะสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็สมควรล่วงรู้แค่ชื่อเขาเท่านั้น
รู้แค่ชื่อเขา แต่ไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ระนาบเทวโลกไหน และดินแดนใด สิ่งนี้ยังต่างอะไรจากคิดงมเข็มในกองฟาง…
“ขอนายน้อยโปรดวางใจ เรื่องวันนี้ข้าไม่มีวันแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!”
โม่เหอรีบขานรับเร็วไว
ล้อกันเล่นรึไง?