ตัวนหลิงเทียนเร่งขานคําทักทายตอบกลับ จากนั้นก็เอ่ยถามออกไปทันทีว่า “ผู้เฒ่าหัวคงเล่าสถานการณ์ให้ท่านฟังคร่าวๆแล้วกระมัง”
“มิผิด”
โม่เหอพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปมองมู่อีอีที่ถูกผู้เฒ่าหัวใช้พลังผนึกความเคลื่อนไหวทันทีสองตาของมันยังเปล่งแสงสีเขียวออกมาเรื่องๆ จากนั้นพลังวิญญาณอันทรงพลังพร้อมสํานึกเทวะก็แผ่พุ่งออกมาเข้าสู่ร่างมู่อีอีทันที
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าที่แท้เป็นใครกันแน่! แต่หากพวกเจ้ากล้ายุ่งวุ่นวายเรื่องข้า…ท่านแม่ของข้าไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”
เมื่อม่อีอีพบว่ามีพลังวิญญาณอันร้ายกาจขุมหนึ่งชําแรกเข้ามายังดวงจิต ปกคลุมไปทั่วทะเลวิญญาณ นางก็ไม่อาจสงบสติได้อีกต่อไป เร่งโพล่งโวยวายออกมาอย่างเสียอาการจากนั้นก็มองจ้องโม่เหอด้วยสายตาเอาเรื่องกล่าวขู่เสียงหนัก “ท่านแม่ของข้าก็คือประมุขนิกายลั่วสุ่ย อีกทั้งยังเป็นจักรพรรดิสวรรค์แห่งลั่วสุ่ยเทียน!”
ประมุขนิกายตั๋วสุ่ย จักรพรรดิสวรรค์ลั่วสุ่ยเทียน?
แม่ของนาง?
ต้องกล่าวเลยว่าคําพูดของมู่อีอี ทําให้ไม่เหอหวาดกลัวไม่น้อย ถึงขั้นหยุดมือลง จากนั้นก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนกับผู้เฒ่าหัวด้วยท่าทางลังเลด้วยไม่ทราบจะเอาอย่างไรต่อดี
“ที! ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับแล้วสินะ?”
ต้วนหลิงเทียนมองจ้องไปยังมู่อีอีด้วยสายตาแหลมคม กล่าวให้ชัดก็คือมองจ้องผู้ที่คิ ดหลอมกลืนวิญญาณชิงรางม่อีอีด้วยใบหน้าเย้ยหยัน!