ต้วนหลิงเทียนมองมู่อีอีด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยถามออกมาเสียงหนัก
“ศิษย์พี่ใหญ่ต้วน นี่ท่านกําลังพูดถึงเรื่องอันใดกัน แล้วนี่ท่านจับข้ามาทําไม?”
ม่อีอีผงะไปเล็กน้อย ค่อยขมวดคิ้วกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้างุนงง อย่างไรก็ตามเมื่อครู่ลึกลงไปในแววตาของนางกลับฉายให้เห็นถึงความตื่นตระหนกวูบหนึ่ง
ถึงแม้อาการแตกตื่นดังกล่าวจะปรากฏขึ้นแค่เสี้ยวพริบตาก่อนจะหายไป แต่ต้วนหลิงเทียนที่จับจ้องแต่แรกก็พบเห็นได้ไม่ยาก
“ผู้เฒ่าหัว แล้วพวกเราจะแก้ไขสถานการณ์ในร่างศิษย์น้องหญิงของข้าอย่างไรดี?”
ต้วนหลิงเทียนหันไปเอ่ยถามผู้เฒ่าหัว เพราะในเมื่อผู้เฒ่าหัวแนะนําให้ลักพาตัวนางกลับมาก่อนก็สมควรมีความคิดแต่แรกว่าต้องจัดการอย่างไร
“ข้าได้ให้คนไปตามจักรพรรดิอมตะวิญญาณพิศวงแล้ว มันเชี่ยวชาญเรื่องทักษะวิญญาณและอํานาจจิตเป็นที่สุดย่อมมีวิธีจัดการเรื่องนี้แน่”
ผู้เฒ่าหัวกล่าว
และผู้เฒ่าหัวกล่าวจบคําไม่ทันไร ก็ปรากฏร่างชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสมส่วน เส้นผมดําขลับไว้ทรงเดทร็อคเหินตัดฟ้ามาแต่ไกล
“จักรพรรดิอมตะวิญญญาณพิศวง โม่เหอ ขอคารววะนายน้อย”
ชายวัยกลางคนพอมาถึงก็เร่งประสานมือโค้งคารวะตัวนหลิงเทียนยด้วยความสุภาพทันที
ด้านต้วนหลิงเทียนก็ถึงกับเหม่อมองทรงผมอีกฝ่ายที่แลคล้ายอสรพิษฝูงใหญ่อย่างอึ้งๆพักหนึ่ง กว่าจะดึงสติกลับมาได้
“ผู้อาวุโสโม่เหอ”