ฉากเรื่องราวดังกล่าวยังทําให้ผู้ติดตามม่อีอีไม่เว้นเหล่าศิษย์เฝ้าประตูรวมถึงหน่วยลาดตระ เวนของนิกายลั่วสู่ยอึ้งไปเป็นแถบพอรู้สึกตัวอีกที่แต่ละคนก็หน้าเปลี่ยนสีกันใหญ่เร่งร่ําร้องผสานพลังออกมาเสียงดังลั่น “แย่แล้ว ศิษย์น้องม่อีอีถูกผู้คนลักพาตัวไปแล้ว!!”
“มารดามัน! รีบไปแจ้งท่านผู้อาวุโสเร็ว!”
“เร็วเข้า! ให้ผู้อาวุโสนําเรื่องนี้ไปรายงานต่อท่านธิดาเทพโดยด่วน!หากเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์น้องม่อีอีพวกเรามีหวังได้ตายเพราะโทสะของธิดาเทพแน่!”
ในขณะที่นิกายตั๋วสุ่ยกําลังตกอยู่ในความโกลาหลต้วนหลิงเทียนกับผู้เฒ่าหัวก็ได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลกเพื่อเคลื่อนย้ายออกจากถั่วสุ่ยเทียนทันที
และเพื่อความปลอดภัย เขาก็ได้ย้อนกลับมาจี้เมียเทียน และกลับมาตั้งหลักยังพระราชววังจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมียเทียน
“ศิษย์พี่ใหญ่ต้วน ท่านคิดจะทําอะไรกันแน่!?”
หลังกลับมาถึงพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์เมี่ยเทียนแล้ว ผู้เฒ่าหัวก็ถอนริ้งพลังสะกดม่อีอีบางส่วนค่อยปล่อยนางลงบนเตียง และเพราะระหว่างเดินทางนางถูกพลังสะกดจนสลบไสลไม่ได้สติจึงไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกพามาต่อไหนถึงไหนแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อสัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย นางก็เดาได้เป็นธรรมดาว่าอีกฝ่ายพาตัวนางออกจากนิกายตั๋วสุ่ยกระทั่งอาจจะออกจากลั่วสุ่ยเทียนไปแล้วด้วยซ้ํา
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ไฉนถึงคิดชิงร่างศิษย์น้องหญิงอีอี?”