ถึงแม้ในภายหลังความทรงจําของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดจะไม่ได้มีค่าอะไรมากมายอีกต่อไปแต่ไม่อาจไม่พูดว่าเป็นเพราะความทรงจําของงจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดนั้นมีส่วนทําให้ต้วนหลิงเทียนเป็นอย่างทุกวันนี้
เพราะความทรงจําของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ได้วางรากฐานอย่างแน่นหนาให้กับตัวนหลิงเทียน
ในระนาบเทวโลก การที่เซียนอมตะอีกคนจะช่วงชิงร่างเซียนอมตะอีกคนคงไม่ได้ทํากันง่ายๆกระมังอีกทั้งต่อให้มีเซียนอมตะที่แข็งแกร่งคิดจะช่วงชิงร่างของผู้อ่อนแอจริง แต่ฝ่ายหลังก็มีเว ลาทําลายร่างกายหรือสลายดวงจิตของตัวให้ดับสูญก่อนไม่ใช่รึไร?”
“ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ยินมาว่า ถึงแม้การชิงร่างในระนาบเทวโลกจะทําได้แต่ลือกันว่าด่านพลังฝึกปรือจะหยุดนิ่งอยู่กับที่เช่นนั้นเว้นเสียแต่จะมีเหตุจําเป็นจริงๆไม่มีผู้ใดคิด จะละทิ้งร่างกายตัวเองไปชิงร่างผู้อื่นแน่นอนเพราะแค่เสียเวลาสร้างร่างใหม่ก็จบ
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจด้วยความสงสัย
“สมควรเป็นเช่นนั้นไม่ผิดแน่”
ผู้เฒ่าหัวยืนยันด้วยความมั่นใจ “เพราะสถานการณ์ของนางข้าไม่อาจมองเป็นอื่นได้จริงๆ”
“เทียนหวู ทําไมเจ้าไม่ออกมาเล่า?”
ตอนนี้เอง ต้วนหลิงเทียนพลันฉุกคิดอะไรได้…เพิ่งเทียนหวี่เป็นผู้ติดต่อกับมู่อีอีแต่แรก มู่อีอีจึง ออกมารอเขาที่หน้าประตูใหญ่นิกายตั๋วสุ่ยแบบนี้
ทว่าตอนนี้เพิ่งเทียนหวี่กลับไม่คิดจะออกมาพบหน้านาง