“พี่ใหญ่ต้วน ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองรึเปล่า แต่ข้ารู้สึกว่าศิษย์พี่หญิงอีอีต่างไปจากเดิม น้ํา เสียงที่นางใช้ตอนส่งข้อความติดต่อกับข้า มันหมางเมินเหินห่างราวนางเป็นคนละคนกับ กาลก่อน”
เพิ่งเทียนหวี่กล่าว
นี่เป็นเหตุผลที่ทําให้เพิ่งเทียนหวูไม่สนใจจะออกมาพบเจอกับมู่อีอีเพราะมู่อีอีทําราวกับนางเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว
มู่อีอีคนปัจจุบัน ทําให้นางรู้สึกเสมือนเป็นคนแปลกหน้า
ความรู้สึกห่างเหินดังกล่าว ทําให้เพิ่งเทียนหวูไม่คิดจะพบเจอกับนางอีกต่อไปเลือกจะใช้เวลาบ่มเพาะพลังในโลกใบเล็กของต้วนหลิงเทียนประเสริฐกว่า
ต้วนหลิงเทียนเองที่มองสํารวจมู่อีอีอยู่ก็บอกได้ไม่ยากว่าสายตาที่มู่อีอีใช้มองเขา ไม่ใช่สายตาของคนที่มีความสุขความยินดีหลังได้พบเจอสหายเก่าอย่างเขาหรือเทียนหวี่ที่ไม่พบกันนาน
ทันใดนั้นใจต้วนหลิงเทียนก็จมลงทันที
หรือศิษย์น้องหญิงมู่อีอีของเขากําลังถูกผู้อื่นพยายามชิงร่างจริงๆ?
“นายน้อย ข้าแนะนําให้จับตัวนางกลับไปก่อน…ข้าสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณที่อ่อนแอเจียนดับสูญในร่างเต็มที่สมควรเป็นวิญญาณของศิษย์น้องหญิงท่าน และที่ไฉนวิญญาณของนางอ่อนแอก็เพราะกําลังถูกหลอมกลืน”
ผู้เฒ่าหัวกล่าว
“ถูกหลอมกลืนงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว
“ไม่ผิด! เป็นการหลอมกลืน!”