ึ้นถึงขีดสุด ปลายกระบี่ผ่านที่ใดสุญตาล้วนถูกกรีดเป็นรอยดำ
อย่าว่าแต่กระบี่นี้ถูกใช้กับผู้ฝึกตนระดับต ่ากว่า ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับเดียวกันก็อย่าหวังรับไว้ได้เลย
ปวงชนทั้งหลายต่างตกใจ
“จงหลิน! หยุดนะ!”
หลัวอีเฟยจะเข้าหยุดก็สายไปแล้ว ปลายกระบี่ถึงตัวเจียงผิงอันแล้ว
ขณะที่พวกหลัวอีเฟยคิดว่าเจียงผิงอันตายแน่อยู่นั้น กระบี่คมกริบก็หยุดลง
มิใช่เพราะจงหลินเป็นฝ่ายหยุดกระบี่เอง แต่เจียงผิงอันเอื้อมมือออกมา ใช้สองนิ้วคีบหยุดกระบี่ไว้
หลัวอีเฟยและคณะเกือบคิดเสียแล้วว่าพวกตนก็ถูกวิชามายาเข้า
แม้กระบี่ของจงหลินจะมิได้ใช้วิชาลับสูงสุดอะไร แต่ก็ไม่มีทางใช้สองนิ้วคีบได้ง่าย ๆ เช่นนี้!
จงหลินเจ้าของกระบี่เข้าใจความตกใจนี้ดีกว่าใคร ความรู้สึกกดดันที่เจียงผิงอันมอบแก่เขาทำให้เขารู้สึกราวเผชิญหน้ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
“หากโจมตีข้าอีก เจ้าได้ไปโลกหน้าแน่”
นิ้วของเจียงผิงอันออกแรงเล็กน้อย แล้วกระบี่ก็แหลกกระจายเพียงหนึ่งบิดข้อมือ ปลายกระบี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งปักตัวจงหลิน
จงหลินก้มลงมองอาภรณ์ซึ่งถูกย้อมแดงของตน ริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าเหม่อลอยเหลือเชื่อ
“ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! ไฉนเจ้าจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?มายา! ข้าต้องยังอยู่ในวิชามายาแน่ ๆ!”
จงหลินไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งขนาดนี้ คิดไปว่าตนยังสลัดมายาไม่หลุด จึงนำโอสถคุ้มภัยระดับต ่าเม็ดหนึ่งออกมากินล้างมายา
ทว่าก็ไม่มีสิ่งใดเปล