สุดท้ายสายตามันก๊วกกลับไปตกยังร่างผู้เฒ่าหั่ว ลูกตาหยีๆบนแก้มอ้วนหดเล็กลงจนแทบปิดเอ่ยถามเสียงเบา “ประสก ท่านเป็นคนทําร้ายน้อง 3 ของอาตมาหรือ?”
“ไม่ผิด”
ผู้เฒ่าหั่วเอ่ยตอบ พลางมองภิกษุวัยกลางคนตัวอ้วนอย่างไร้ความหวั่นหวาด “น้อง 3 ของท่าน เข้ามาสอดมือยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกเรา ทั้งคิดช่วยเดรัจฉานที่มิสมควรได้รับการช่วยเหลือ แต่เพื่อเห็นแก่ความเมตตาของมัน พวกเราจึงไม่ได้ลงมือหมายเอาชีวิตอะไร”
“เจ้ามาเช่นนี้ คิดจะออกหน้าเพื่อมันรึ?”
ผู้เฒ่าหั่วเอ่ยถาม
“อย่างไรก็เป็นน้องชายอาตมาทั้งคน ประสกว่าหากอาตมาไม่ออกหน้า แล้วผู้ใดจักออกหน้าเล่า…”
ภิกษุวัยกลางคนตัวอ้วนใหญ่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพไอคติ ก่อนจะเอ่ยถามผู้เฒ่าหั่วด้วยความสงสงสัย “อาตมาฟังจากน้อง 3 มาว่า ประสกท่านเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏแห่งไฟได้ถึง 3 ประการ…เช่นนั้นประสกไม่น่าจักเป็นคนไร้นามในสือฉีเทียนของพวกเราอาตมาขอไถ่ถามประสกได้หรือไม่ ว่าประสกมีความเป็นมาเช่นไร?”
ในระนาบเทวโลก แม้จะมีจักรพรรดิอมตะสมญานามที่ไม่สังกัดฝักฝ่ายและเป็นผู้ฝึกตนอิสณะอยู่บ้าง แต่ก็มีน้อยคนนัก