เนื่องเพราะเมื่อความแข็งแกร่งบรรลุถึงระดับหนึ่ง คิดจะก้าวหน้าต่อก็เป็นเรื่องราวแสนยากเย็น…ยังมีใครไม่อยากผสานรวมความลึกซึ้งของกฎหลายประการ? แล้วยังมีใครไม่อยากบรรลุถึงขอบเขตเทพ? ทว่าการบ่มเพาะฝึกปรืออยู่คนเดียวทําความเข้าใจคนเดียว ไยมิใช่คิดเดินทางลําบาก งมหาอย่างไร้ทิศทาง?
เช่นนั้นเพื่อความก้าวหน้า จําต้องมีแววดวงสังคมในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือเพื่อประลองกันก็ดี หารือกันก็ดีหมายกรุยจุดรอคอยรวมถึงแรงบันดาลใจ เช่นนั้นขุมกําลังระดับสวรรค์รวมถึงพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสําหรับผู้คิดแสวงหาความก้าวหน้า
เช่นนั้นพอภิกษุอ้วนทราบว่าชายชราในชุดคลุมแดงเพลิง สามารถเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏแห่งไฟได้อย่างต่ำ 3 ประการหนึ่งชุด ย่อมตระหนักได้ทันที ว่าอีกฝ่ายจะมากจะน้อยก็ต้องไม่ใช่คนไร้ความเป็นมา
“ตามธรรมเนียมแล้วก่อนที่ท่านจะถามว่าข้าเป็นใคร มิใช่ว่าสมควรนําตัวเองก่อนหรือ?”
ผู้เฒ่าหั่วหยีตากล่าวกับภิกษุอ้วนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ในเมื่ออีกฝ่ายสุภาพมามันก็สุภาพกลับ
“เพ่ย!”
ก่อนที่ภิกษุอ้วนพุงใหญ่จะทันได้กล่าวตอบ ภิกษุชราก็ก้าวออกมาเบื้องหน้า ยืดตัวกล่าวด้วยน้ำเสียงผยอง “เจ้าเงี่ยหูฟังไว้ให้ดีๆเล่า พี่ใหญ่ของข้าผู้ชือปั๋วผู้นี้ ก็คือมือขวาคนสนิททั้งเป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามที่มีพลังฝีมือเป็นอันดับ 1 ใต้บังคับบัญชาใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์แห่งสือฉี่เทียน”