“ผู้คนรู้จักกันในนาม…จักรพรรดิอมตะน้ำเต้าสุรา!”
ชือปั๋วผิง กล่าวจบมันก็ยึดอกแหงนหน้าอยย่างภาคภูมิเสียเต็มประดา ขณะเดียวกันก็เหลือบมองผู้เฒ่าหั่วด้วยสายตาท้าทายราวกับจะกล่าวว่า “ไงล่ะ! เจอพี่ใหญ่ข้าเข้าไป พวกเจ้ากลัวกันแล้วล่ะสิ
“อ้อ ที่แท้ก็จักรพรรดิอมตะน้ำเต้าสุรา ชือปั๋วนู่ นี่เอง”
ได้ยินคํากล่าวด้วยความลําพองของชือปั๋วผิง ผู้เฒ่าหั่วก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ด้วยนึกออกแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จากนั้นก็หันมองไปทางชือปั๋วนู่พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ “กล่าวไปแล้ว ข้ากับจักรพรรดิสวสรรค์สือฉีเทียนของพวกท่านก็มีมีชะตากรรมร่วมกันครั้งหนึ่ง แม้ตอนนี้ไม่อาจเรียกหากันว่าสหาย แต่ก็กล่าวได้ว่ารู้จักมักคุ้นกันอยู่
“หืม?”
ชือปั๋วนู่พอได้ฟังก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ “ประสกท่าน… รู้จักกับใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ของอาตมาด้วยหรือ?”
จักรพรรดิสวรรค์แห่งสือฉีเทียนนั้น ปกติแล้วมักใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ตั้งแต่ก้าวขึ้นดํารงตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ ก็มีสหายน้อยคนนัก…ไม่ใช่ว่าไม่อยากคบหาผู้ใดเป็นสหายหรือไม่มีใครคบ เพียงแค่หาสหายในระดับเดียวกันได้ยากมาก
เพราะเมื่อด่านพลังบรรลุถึงจุดๆหนึ่งแล้ว การจะหาผู้ใดที่คุยภาษาเดียวกันได้ก็ยากนักสําหรับคนอื่นเมื่อด่านพลังอ่อนด้อยกว่าก็ไม่อาจคบหาเป็นสหายอะไรกันกับมันได้อย่างสนิทใจ
เช่นนั้นจึงกล่าวได้ว่า