ฟางจี้กระตุ้นเตือน
“ข้าคิดได้แล้ว”
ทันใดนั้นเอง อยู่ๆลี่หลัวก็กล่าวออกมา
“หืม?!”
ฟางขี้ตกใจ ด้วยไม่คิดว่าลี่หลัวจะคิดออกแล้วจริงๆ “ตกลงเจ้าคิดจะทําอย่างไร?”
“ไม่จําเป็นต้องพูดแล้วล่ะ”
หลัวส่ายหัวไปมา
“ไม่จําเป็นต้องพูดแล้ว?”
จังหวะนี้ไม่ใช่แค่ฟางจี้ที่แลดูงุนงง กระทั่งลูกชายอย่างฟางฉุนกับศิษย์อีก 3 คนก็ชักสีหน้าว่างเปล่า คําตอบของหลัวมันหมายความว่าอะไร?
ฟุบ!
และในขณะที่ทั้ง 5 กําลังงุนงงนั้นเอง พันมีกิ่งหลิวพุ่งทะลวงแหวกฟ้าผ่าเมฆลงมาฉับไวมองไปไม่ต่างจากสายฟ้าฟาด พริบตาก็มาถึงแล้ว
แถมกิ่งหลิวดักล่าวยังแผ่กลิ่นอายพลังอํานาจอันน่าเกรงขามนัก กว่าที่ทั้ง 5 จะทันได้ตอบสนองเรื่องราว กิ่งหลิวก็อยู่ไม่ห่างร่างของพวกมันแล้ว
ด้วยกลิ่นอายพลังอํานาจอันน่าพรั่นพรึงที่แผ่ออกมาจากกิ่งหลิว ทําให้ทั้ง 5 ใจสะท้านไปด้วยความหวั่นหวาด ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือต้องรีบหนีไปให้ไว!
จังหวะนี้เรียกว่าไม่มีใครคิดจนสนใจหลัวอีกเลย!
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
และในขณะที่ทั้ง 4 ตอบสนองเรื่องราวได้แล้ว พอปะทุพลังเคลื่อนร่างหมายหลบทิ้งหลิวประหลาดได้สําเร็จ พวกมันก็พึ่งตระหนักได้ว่า เบื้องหน้าไม่ได้มีดีหลัวแค่คนเดียวอีกต่อไป
มีอีก 3 คนที่ลอยอยู่ข้างกายลี่หลัว
ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดสีม่วง หนุ่มใหญ่ในชุดคลุมสีคราม แล้วก็ชายชราในชุดคลุมสีแดงเพลิง