เพราะส่งข้อความไปเรียกใครมาก็ไร้ประโยชน์ ยังอาจทําให้อีกฝ่ายบังเกิดความไม่พออีก
“ตะใต้เท้า ขอท่านไว้ชีวิตด้วย! ได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตด้วย!!”
ฟางจิ้มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนอย่างวิงวอน สองตาฉายชัดถึงความหวาดกลัว “ใต้เท้า เป็นนิกายวิถีอีกา! สาเหตุหลักที่ทําให้มารดาท่านถูกจับล้วนเป็นเพราะนิกายวิถีอีกา!!”
“แต่ตอนนี้ข้าฟางจี้กับลูกรวมถึงเหล่าศิษย์ได้ออกจากนิกายวิถีอีกาแล้ว!”
“ใต้เท้าตรวจสอบด้วย ขอใต้เท้าตรวจสอบด้วย!”
ฟางจี้เร่งกล่าวอย่างร้อนใจ “นอกจากนั้น ข้าเองก็คิดจะปล่อยมารดาท่านไปแต่แรก!”
“ปล่อยแม่ข้าไปรึ?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้ม “ข้าว่าเจ้าคงอยากไปซากปรักหักพังของระนาบเทพมากกว่ากระมัง?”
สีหน้าฟางจี้เปลี่ยนไปใหญ่หลวง พอฉุกคิดได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และคงรู้เรื่องนี้ดีแต่แรก ในใจมันก็บังเกิดความท้อแท้ขึ้นมาทันที
“ใต้เท้า…ขอข้าน้อยถามได้หรือไม่ ว่าที่แท้ซากปรักหักพังของระนาบเทพมีอยู่จริงหรือไม่…”
พอเห็นแววตาอีกฝ่ายฉายชัดถึงจิตสังหาร ฟางจี้ก็รู้ดีว่ามันไม่มีโอกาสรอดพ้นความตายแล้ว เช่นนั้นก่อนตายก็ได้แต่ถามเรื่องหนึ่งออกไปอย่างไม่เต็มใจ
“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวข้าจะบอกให้พวกเจ้ารู้”