ถึงแม้พวกฟางจี้จะกรีดร้องโหยหวนแค่ไหน แต่ต้วนหลิงเทียนที่ใช้ความลึกซึ้งกักกัน ไม่เพียงจะสะกดกักร่างพวกมันเท่านั้น ยังสะกดกักเสียงกับกลิ่นคาวโลหิตของพวกมันไว้ด้วย ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ไปรบกวนบิดามารดาเขา
และหลังจากแล่เนื้อถือหนังพวกฟางจี้ทั้ง 5 ไปจนพวกมันเงียบไม่ร่ำร้อง สองตาไร้ประกายดั่งปลาตาย ต้วนหลิงเทียนก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาฆ่าพวกมันให้พ้นๆหน้าได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เองพลันมีพลังขุมหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า หยุดต้วนหลิงเทียนที่กําลังจะลงมือฆ่าพวกมันเอาไว้ได้ทันท่วงที
“พ่อหนุ่มน้อย เมตตาธรรมค้ำจุนโลก…ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาปมหันต์ เจ้าลงมืออํามหิตเช่นนี้ บาปกรรมยิ่ง บาปกรรม บาปกรรม…”
หลังจากพลังขุมหนึ่งแผ่พุ่งมาหยุดการลงมือของต้วนหลิงเทียนเอาไว้ได้แล้ว ก็ปรากฏภิกษุชราในชุดคลุมสีเทาโรยตัวลงมาจากฟ้าสูง
ทุกย่างก้าวของมัน ยังปรากฏแสงพลังสีเขียวขจีกําจายออกมาปานดอกบัวบานมากล้นไปด้วยพลังชีวิตอันล้นปรี่
ไม่นานมันก็มาหยุดลงเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียน
และทันใดนั้นเอง ภิกษุชราพลันยกมือขึ้น ปรากฏไอพลังขุมหนึ่งแผ่พุ่งไปทางพวกฟางจี้ทั้ง 5
พริบตาต่อมา ท่ามกลางสายตาของต้วนหลิงเทียน บาดแผลเหวอะหวะของพวกฟางจี้ทั้ง 5 ก็เริ่มฟื้นคืนด้วยความเร็วอันน่ากลัว
ด้วยกลิ่นอายพลังชีวิตอันแข็งแกร่ง ทําให้ต้วนหลิงเทียนเดาออกได้ไม่ยากว่าภิกษุชราเข้าใจกฏอะไร
กฏแห่งชีวิต!
1 ใน 4 กฏสูงสุด