หญิงงามเอ่ยกับลี่หลัวด้วยน้ำเสียงสะทกสะท้อน “อาวุโส 9.ท่านว่านิกายฉวินซิ่วของพวกเราไปทําเวรทํากรรมอันใดไว้? หากวันนี้ไม่ใช่เพราะข้าเป็นห่วงศิษย์น้อยทั้ง 2 ข้าคงตายตามประมุขไปแล้ว!”
กล่าวถึงท้ายประโยคน้ำเสียงของสตรีสะสวยก็ดูเหมือนจะอัดแน่นไปด้วยความแค้นและความเกลียดชังฝังลึกต่อนิกายวิถีอีกา
“ฮ่าๆๆๆ..อาวุโส 3 ท่านเก็บเกี่ยวของดีมานี่!”
ชายชราที่เป็นคนควบคุมตัวกลุ่มผู้อาวุโส 7 ของนิกายฉวินซิ่ว พอเห็นว่าฟางจี้ อาวุโส 3 แห่ง นิกายวิถีอีกาสามารถจับหลัวและคนอื่นๆกลับมาได้ ก็กล่าวทักเคล้าเสียงหัวเราะทันที
“นี่สมควรเป็นลี่หลัว อาวุโส 9 แห่งนิกายฉวินซิ่วที่ท่านประมุขหมายตากระมัง?”
ชายชราย่ำเท้าลัดเวหามาหยุดลงเบื้องหน้าลี่หลัว ก่อนจะมองขึ้นๆลงๆ “ช่างงดงามทั้งมีรูปร่างดีจริงๆ อย่างไรก็ตามได้ยินประมุขว่าไว้ ว่าแม่นางผู้นี้มีพรสวรรค์สูงล้ำอย่างยิ่ง”
“พอข้าคิดว่า หลังท่านประมุขยืมท้องนางคลอดบุตรมากพรสวรรค์ได้สัก 2-3 คน วันหน้านี้กายอมตะวิถีอีกาของพวกเราไม่พ้นต้องกลายเป็นนิกายระดับ 5 หรือแม้นิกายระดับ 4 ได้แน่ ข้าก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งแล้ว!”
ชายชรามองหลัวด้วยสายตาลึกล้ำ แววตาฉายชัดถึงคววามปรารถนาอันแรงกล้า
“อาวุโส 5 คนที่ท่านจับมาได้ก็ไม่เลวเลย”
ฟางจี้คลี่ยิ้มบางๆ กล่าวกับชายชราหลังชมดูศิษย์นิกายฉวินซิ่วที่อีกฝ่ายจับมาทั่วๆ
สีหน้าลี่หลัวมืดลงทันที