สีหน้าของเด็กหญิงเปลี่ยนไป มองจ้องลี่หลัวอย่างอาลัย นางอยากอยู่ข้างๆลี่หลัวแต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกจับแยกจากลี่หลัวทันทีที่มาถึง
อาศัยพวกนางที่พลังฝึกปรืออ่อนด้อย ย่อมไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาในสายตาคนนิกายวิถีอีกา
หลังชายชราอันเป็นอาวุโส 5 ของนิกายวิถีอีกาพยักหน้าให้ฟางจี้ มันก็หันไปมองกล่าวกับหลัวด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายก่อนใดอื่น “อาวุโสลี่หลัว ท่านไปพบท่านประมุขกับฟางจี้แต่โดยดีเถอะ ส่วนนังหนูพวกนี้ข้าจักรับไปดูแลเอง”
“ฟาง”
หลังชายชราพาตัวเหล่าศิษย์นิกายฉวินซิ่วจากไปแล้ว พอฟางจี้ก็กําลังจะพานางไปอีกทาง ลี่หลัวก็เลือกจะลอยร่างแน่นิ่ง เพียงมองไปที่ฟางจี้พร้อมเอ่ยออกเสียงขรึมว่า “หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะมอบโอกาสครั้งใหญ่ให้เจ้า”
“ปล่อยเจ้ารึ? ฝันไปเถอะ!”
ฟางจี้อึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ส่ายหัวไปมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงใกล้ขาดความอดทนเต็มที่ “อาวุโสลี่หลัว หากเจ้าไม่ยอมไปดีๆ ก็อย่าได้โทษข้าที่ลงมือ”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าไฉนพรสวรรค์ของข้าถึงได้เหนือกว่าผู้ใด”
ลี่หลัวมองลึกไปยังฟางจี้พลางถาม
“หืม?”
ฟางจี้ตะลึง จากนั้นก็มองถามลี่หลัวออกไปโดยไม่รู้ตัว “มิใช่มีมาแต่เกิดไร?”
“มีมาแต่เกิด?”
ลี่หลัวหัวเราะ “นี่เจ้าไม่ได้ไปสืบเรื่องข้ามาเลยหรอ? ทุกคนรู้กันดีว่าตัวข้าขึ้นมาจากระนาบโลกียะ…เจ้าบอกว่าข้าเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ระดับนี้ เจ้าล้อข้าเล่นรึเปล่า?”
“ว่าอะไร!?”