วาจาดังกล่าวของลี่หลัว ทําให้สีหน้าท่าที่ฟางจี้เปลี่ยนไปใหญ่หลวง “เจ้า…เจ้าก็เป็นผู้ที่ขึ้นสวรรค์มา!?”
เหตุผลที่ฟางจี้ออกอาการตกใจยกใหญ่ เพราะตัวมันเองก็เป็นผู้ที่ขึ้นสวรรค์มาเช่นกัน และตัวมันก็ถือได้ว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะในระนาบโลกียะที่มันจากมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม อัจฉริยะในระนาบโลกียะเช่นมัน พอขึ้นสวรรค์มาก็ไม่อาจนับเป็นตัวอะไรได้จะรากวิญญาณก็ดี ศักยภาพร่างหรือชีพจรสวรรค์ก็ดี ล้วนด้อยกว่าผู้คนที่เกิดในระนาบเทวโลกมาก
ในฐานะที่ตัวมันก็คือผู้ที่ขึ้นสวรรค์มาเช่นกัน จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับเหล่าผู้ที่ขึ้นสวรรค์มาเหมือนกันสูงกว่าชาวสวรรค์พื้นเมืองมาก
“อาวุโสฟางจี้ไม่เชื่อข้ารึ?”
ลี่หลัวส่ายหัวไปมา “ในเมื่ออาวุโสฟางไม่เชื่อข้าก็แล้วไปเถอะ…เดิมที่ข้าคิดจะแลกโอกาสหลบหนีโดยแบ่งปันโอกาสในการกําเนิดใหม่เสียหน่อย”
“แต่ในเมื่ออาวุโสฟางจี้ไม่อยากรู้ เช่นนั้นก็ลืมมันไปเสีย”
“เช่นนั้นตอนนี้อาวุโสฟางก็พาข้าไปหาประมุขนิกายวิถีอีกาเถอะ…พอข้าพบเจอประมุขนิกายวิถีอีกา ข้าจักลองเสี่ยงเอ่ยถึงเรื่องนี้กับมันสักครา”
“แต่เป็นธรรมดาว่าหากข้าเลือกได้ก็มิอยากทําการค้ากับมัน เพราะอย่างไรคนอย่างมันพอได้ประโยชน์แล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะปล่อยข้าไป”
“เช่นนั้นหากเลือกได้ ข้าก็อยากเลือกทําการค้ากับอาวุโสฟางจี้มากกว่า”
กล่าวถึงท้ายประโยคหลัวก็มองลึกไปยังฟางจี้