ขณะฟังคําพูดของลี่หลัว ฟางจี้ก็เงียบไม่พูดจา เพียงจับจ้องมองสีหน้าแววตาทั้งท่าทางของลี่หลัวเขม็ง ราวกับจะหาพิรุธใดๆจากลี่หลัว “อาวุโสลี่หลัวเจ้าสมควรรู้ดีว่าหากไม่มีหลักฐาน ข้าก็ไม่มีทางเชื่อเจ้าหรอก”
แม้จะเผชิญกับคําถามสืบสวนดังกล่าวของฟางจี สีหน้าลี่หลัวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงเอ่ยออกเสียงเรียบว่า “ข้าเคยพลัดหลงเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ไอพลังวิญญาณฟ้าดินที่นั่นช่างแตกต่างจากไอพลังวิญญาณฟ้าดินในระนาบเทวโลกมากมายนัก”
“และใกล้ๆกับช่องทางเข้าออกสถานที่แห่งนั้น ข้าพบโครงกระดูกหนึ่งในแหวนพื้นที่ของมันก็มียันต์อมตะเก็บความทรงจําเหลือทิ้งไว้ ข้าจึงได้ทราบว่าที่แท้สถานที่แห่งนั้นเรียกว่า ซากปรักหักพังของระนาบเทพ”
“ตอนแรกข้าก็ไม่รู้หรอกว่าซากปรักหักพังระนาบเทพคืออันใด…จนเมื่อไม่นานมานี้ ตอนข้าไปทําธุระในเมืองข้าบังเอิญได้ยินยอดฝีมือคุยกันเรื่องซากปรักหักพังระนาบเทพ ทําให้ข้ารู้ว่ามันคือดินแดนที่อยู่เหนือระนาบเทวโลกของพวกเราไปอีกที และเป็นระนาบอิสระที่ถูกเปิดขึ้นโดยตัวตนที่เรียกว่า ผู้แข็งแกร่งที่สุด”
“ระนาบเทพที่ว่า เป็นสถานที่เต็มไปด้วยตัวตนอันมีขอบเขตพลังเหนือกว่าจักรพรรดิอมตะ…ข้าได้ยินว่าที่นั่น มีตัวตนขอบเขตเทพเกลื่อนกลาด”