และอารมณ์ของตี้เหวินอวี้ก็แลดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“จริงสิท่านพ่อ…ตกลงท่านสะสางเรื่องราวอย่างไร?”
ต้วนหลิงเทียนที่เดินไปสักพักก็ฉุกคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงถามต้วนหรูเฟิง ด้วยสงสัยว่าบิดาเขาไปกล่อมตี้เหวินอวี้อย่างไร ถึงทําให้นางแลดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้แบบนี้
“สะสางอะไร?”
ต้วนหรูเฟิงไม่เข้าใจคําถาม
“ก็สะสางเรื่องตี้เหวินอวี้ว่าอย่างไรเล่า”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวกระตุ้นเตือน
“เจ้าหมายถึงนางน่ะหรือ…”
ต้วนหรูเฟิงพอตระหนัก ก็กล่าวตอบกลับมาทันที “ข้าก็แค่บบอนางไป ว่าข้าต้องไปกับเจ้า เพื่อตามหาแม่ของเจ้า….แล้วนางก็เข้าใจ”
“อะไร? ง่ายขนาดนั้นเลย?”
ต้วนหรูเฟิงตอบกลับมาง่ายๆ แต่ต้วนหลิงเทียนไม่เชื่อแน่นอน เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องพรรค์นี้ไม่มีทางพูดกันไม่กี่คําก็จบง่ายๆได้หรอก..
ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะมองเห็นว่าตี้เหวินอวี้ผู้นั้นหลงบิดาเขามากแค่ไหน คิดเกลี้ยกล่อมให้นางเลิกราทั้งๆที่เฝ้ารอมาหลายร้อยปี? มันจะง่ายๆแค่วาจาไม่กี่คําไง?
อย่างไรก็ตาม ต้วนหลิงเทียนก็มองออกอีกด้วย ว่าบิดาเขาไม่คิดจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ เช่นนั้นเขาก็ไม่คิดจะถามเช้าชี้สืบต่อ
“ว่าแต่ท่านพ่อ…นี้ท่านทะลวงถึงขอบเขตจอมราชันอมตะแล้วรึ?”