ลูกตาตี้เงี่ยหดเล็กลงเร็วไว ถึงแม้มันจะรู้สึกเหลือเชื่อ แต่ก็รู้ว่าอาวุโสรองไม่มีทางหลอก มันเล่นแน่ อย่างไรก็ตามมันอดไม่ได้ที่จะสงสัย “ขออภัยที่ขาเสียมารยาท แต่พอดีขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์มีนายน้อยเช่นท่านอยู่ด้วย…”
น้ำเสียงของตี้เงี่ยฟังแล้วยังคงเต็มไปด้วยความคลางแคลงสงสัย
“นี่คือสหายประเสริฐข้า จักรพรรดิอมตะสวรรค์กร่าง เมิ่งหลัว”
หลังจากนั้นตื้อวิ๋นหลงก็แนะนําเมิ่งหลัวให้ตี้เจี้ยรู้จัก
หากจะบอกว่ามันไม่รู้เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนเป็นนายร้อยพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งเมี่ยเทียนละก็ แต่เรื่องที่เมิ่งหลัวมีฐานะใดในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี๊เมี่ยเทียนมันรู้ดี! กระทั่งชื่อเสียงอีกฝ่ายยังดังประหนึ่งฟ้าร้องในหูมันอีกด้วย!!
“ท่านคือจักรพรรดิอมตะสวรรค์กร่าง เมิ่งหลัว รึ!?”
ตี้เจี้ยมองจ้องเมิ่งหลัวด้วยสองตาเป็นประกาย “ข้าได้ยินอาวุโสรองกล่าวถึงท่านหลายต่อหลายครั้งแล้ว…หากท่านไม่มีใดขัดข้อง รอให้จักรพรรดิอมตะเสมอฟ้าดินประมือกับท่านผู้นําเผ่าเสร็จ พวกเรามาประลองกันสักตั้งได้ไหม?”
เห็นได้ชัดว่าตี้เจี้ยเองก็ชมชอบการต่อสู้เช่นกัน
“ย่อมได้”
เมิ่งหลัวพยักหน้ารคําท้าทันที ในฐานะจักรพรรดิอมตะสวรรค์กร่าง มันไม่เคยกลัวการต่อสู้
ก่อนที่จะมาติดตามจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมียเทียน ฟงชิงหยาง มันก็เคยมีชื่อเสียงว่ารบไม่แพ้ผู้ใดมาก่อน