เป็นธรรมดาว่าในสถานการณ์ปกติ วิหารเฟิงฮ่าวจะไม่ก้าวก่ายเรื่องราวใดในระนาบเทวโลก รวมถึงตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์
อย่างไรก็ตาม วิหารเฟิงฮ่าวได้ออกกฏไว้ข้อหนึ่ง และยังเป็นกฏที่บังคับใช้ไปทั่วทุกระนาบเทวโลก ว่าตราบใดที่จักรพรรดิสวรรค์บรรลุถึงขอบเขตเทพแล้ว จําต้องสละตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ และมุ่งสู่ระนาบเทพให้เร็วที่สุด
แต่เป็นธรรมดาว่ากฏมีไว้แหก เพราะในปัจจุบันก็มีจักรพรรดิสวรรค์ไม่กี่คนที่แม้จะบรรลุถึงขอบเขตเทพแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมสละตําแหน่งจักรพรรดิสวรรค์….
ที่ไฉนถึงทําเช่นนี้ได้ เพราะเบื้องหลังของจักรพรรดิสวรรค์เหล่านั้นมีตัวตนอันทรงพลังค้ําจุน
ตัวตนอันทรงพลังที่ค้ําจุนดังกล่าว เป็นอะไรที่กระทั่งวิหารเฟิงฮ่าวยังหวาดกลัวไม่กล้าตอแย!
ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นไกล จักรพรรดิสวรรค์ว่านโซ่วเทียนที่เป็นคนของเผ่ากิเลนนี่ก็เป็นตัวอย่างอันประเสริฐสุด
เพราะถึงแม้จักรพรรดิสวรรค์ปัจจุบันของว่านโชวเทียนจะบรรลุถึงขอบเขตเทพไปแล้ว แต่ตราบใดที่ไม่คิดจะสละตําแหน่งเอง วิหารเฟิงอ่าวก็ทําได้แค่หลับตาข้างหนึ่ง
เบื้องหลังของวิหารเฟิงฮ่าวอาจมียอดฝีมือด้านพลังเทพอยู่ก็จริง
ทว่าเผ่ากิเลนนั้น มีตัวตนระดับผู้แข็งแกร่งที่สุด!